Skip to toolbar

วันที่ 205 หลักธรรมความคิด: …..ต่อ 2. ความคิดดูถูกเหยียดหยามคนอื่น โดยการมองคนและตัดสินคนจาก การแสดงนิสัย ทัศนคติ ความคิด จิตใจ ฯลฯ ที่ส่งมาจากตัวตนภายใน – ความคิดเห็นเช่นนี้แม้เป็นการมองคนที่ธาตุแท้เนื้อแท้ที่อาจประกอบด้วยสัมมาทิฏฐิ แต่หากเรามีความคิดดูถูกเหยียดหยามผู้นั้นแฝงอยู่ นั่นแสดงว่าเราก็ยังไม่ได้มีความเข้าใจในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ เพราะหากเราเข้าใจหลักธรรมอย่างถ่องแท้จริง เราก็จะเข้าใจธรรมชาติของคน ที่มีความแตกต่างกันออกไปเป็นธรรมดา และคนแต่ละคนที่แตกต่างกันนั้น ต่างก็มีเหตุที่เป็นบุญกรรมที่เขาได้สร้างมาที่ไม่เหมือน ดังนั้น หากเรายังไม่สามารถแยกแยะข้อนี้ได้ชัดเจน และไม่สามารถลบอคติข้อนี้ออกไปจากจิตใจได้ แสดงว่าเราก็ยังเป็นผู้ที่ยังอ่อนปัญญาในธรรม …..

read more

วันที่ 204 หลักธรรมความคิด: …..ต่อ ความอ่อนในธรรมะด้านจิตใจ คือ จิตใจที่ประกอบด้วยอคติความโลภหลงและความลำเอียง อันเกิดจากการมีมิจฉาทิฏฐิเป็นที่ตั้ง ดังนี้เช่น – คนสวยคนหล่อ จึงชอบ แต่คนไม่สวยไม่หล่อ ไม่ค่อยนิยมชมชอบ – คนรวยมีเงิน จึงชอบ แต่คนยากจน ไม่ค่อยนิยมชมชอบ – คนเด่นคนดัง จึงชอบ แต่คนไม่มีชื่อเสียง คนที่ไม่มีคนรู้จัก ไม่นิยมชมชอบ ฯลฯ ซึ่งเมื่อผู้นั้นได้เจอะเจอคนอื่นที่มีมากกว่าดีกว่า ก็จะเปลี่ยนแปรหันเหไปนิยมชมชอบอีกคนหนึ่ง จิตใจไม่มีความสงบมั่นคง และไม่แน่วแน่เที่ยงตรง แต่จะโลเลหวั่นไหวตามกระแสสังคมที่ให้ค่าทางวัตถุ …..

read more

วันที่ 203 หลักธรรมความคิด: การแก้ไขเปลี่ยนแปลงความคิดดูถูกเหยียดหยามคนอื่น ใน 2 ลักษณะ ทำดังนี้ 1. ความคิดดูถูกเหยียดหยามคนอื่น โดยการมองคนและตัดสินคนจากรูปลักษณ์และส่วนประกอบทางวัตถุภายนอก — ความคิดเห็นเช่นนี้เป็นสิ่งผิดและไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง ผู้ที่มองผู้อื่นด้วยเหตุปัจจัยภายนอกนี้ ถือว่าเป็นผู้ที่อ่อนในธรรมะ ทั้งทางความคิดและจิตใจ ความอ่อนในธรรมะด้านความคิด หมายถึง การไม่เข้าใจธรรมชาติของชีวิต ว่าสิ่งที่ส่วนประกอบทางรูปลักษณ์และวัตถุภายนอก เช่น รูปร่างหน้าตา ทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียงเกียรติยศ นั้น มีเจริญขึ้นได้ ก็มีเสื่อมลงได้ เช่น – วันนี้อาจดูสวยแข็งแรง วันข้างหน้าอาจจะกลายเป็นคนเสียโฉมหรือพิการก็ได้ – วันนี้อาจมีฐานะร่ำรวย วันข้างหน้าอาจจะหมดเนื้อหมดตัว เป็นหนี้เป็นสิน หรือล้มละลายก็ได้ – วันนี้อาจเรืองอำนาจ เป็นคนเด่นคนดังมีชื่อมีเสียง ผู้คนยกย่องนับถือ วันข้างหน้าอาจจะเสื่อมอำนาจลง ผู้คนและสังคมหมดความสนใจ…

read more

วันที่ 202 หลักธรรมความคิด: ซึ่งการมีความคิดเห็นดูถูกเหยียดหยามคนอื่น อาจแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ การตัดสินคนจากภายนอก และ การตัดสินคนจากภายใน ดังนี้ 1. การตัดสินคนจากภายนอก คือ การมองคนที่อาศัย ร่างกาย ภาพลักษณ์ วัตถุ เป็นเกณฑ์ตัดสิน เช่น รูปร่าง หน้าตา ลักษณะ ท่าทาง รสนิยม การแต่งตัว วุฒิการศึกษา ชื่อเสียง ฐานะเงินทอง ทรัพย์สินสิ่งของ ฯลฯ 2. การตัดสินคนจากภายใน คือ การมองคนที่อาศัย ความคิด นิสัย จิตใจ เป็นเกณฑ์ตัดสิน เช่น ทัศนคติ…

read more

วันที่ 201 หลักธรรมความคิด: ความคิดของเราต่อผู้นั้น: คิดว่าผู้นั้นต่ำหรือแย่กว่าเราหรือมาตรฐานที่เราตั้งไว้ ซึ่งอาจเป็นได้ในหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นทางวัตถุ เช่น ฐานะเงินทอง อาชีพการงาน สถานะตำแหน่งทางสังคม วุฒิการศึกษา หรือทางชาติกำเนิด เช่น เชื้อชาติเผ่าพันธุ์ ชนชั้นวรรณะ สีผิว ภาษาสำเนียง วัฒนธรรมประเพณี หรือทางร่างกาย เช่น ความบกพร่อง ความพิการ ทางสมองหรือร่างกาย เป็นโรคสังคมรังเกียจ หรือทางตัวตน เช่น อุปนิสัยใจคอ พฤติกรรม คำพูด ความชอบ รสนิยม หรือทางสมองสติปัญญา เช่น ความรู้ ประสบการณ์ ความเก่ง ความสามารถ ฯลฯ …..

read more

วันที่ 200 หลักธรรมความคิด: 8. คิดดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น ความคิดดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น คือความคิดที่บุคคลมองผู้อื่นในทางลบหรือด้วยอคติ โดยมองว่าผู้อื่นนั้นต่ำต้อยน้อยค่ากว่าตนเอง อันจะนำไปสู่การเพ่งเล็ง ตำหนิติเตียน และความรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ การดูถูกเหยียดหยามผู้อื่นเกิดจากความคิดที่ไม่ได้ประกอบด้วยความเมตตา ความสงสารเห็นใจ หรือการเข้าใจผู้อื่นในสิ่งที่เขาเป็นหรือมีอยู่ แต่บุคคลที่มีความคิดนี้กลับเอาตัวเองหรือคนอื่นที่ตนคิดว่าเหนือกว่าดีกว่าไปเป็นบรรทัดฐานในการเปรียบเทียบผู้ที่ตนดูถูกเหยียดหยามนั้นด้วยความไม่เป็นธรรม …..

read more

วันที่ 199 หลักธรรมความคิด: การมีความคิดเกรงกลัวผู้อื่น ซึ่งเป็นผลจากการที่บุคคลมีความเข้าใจในตนเองและผู้อื่นผิดทาง จึงทำให้เกิดความไม่กล้ายืนหยัดความเป็นตัวของตัวเอง และความคิดเกรงกลัวผู้อื่นนี้ยังเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งการพัฒนาตนเองของบุคคลอีกด้วย ดังนั้น จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่บุคคลที่มีความคิดเช่นนี้จะต้องปรับเปลี่ยนความคิดให้ตนมีความเข้าใจเสียใหม่ให้ถูกต้องตามหลักธรรมความเป็นจริง เพื่อที่จะก้าวข้ามความรู้สึกเกรงกลัวผู้อื่นอย่างผิดทาง อันทำให้เกิดความรู้สึกทุกข์ใจโดยไม่ใช่เหตุ.

read more

วันที่ 198 หลักธรรมความคิด: – บุคคลนั้นขาดความกล้าหาญในการยอมรับตนเองและความกล้าในการเผชิญหน้ากับผู้อื่นเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น ซึ่งหากแม้บุคคลเห็นว่าตนมีความแตกต่างจากผู้อื่น ในสิ่งที่ตนให้ความสำคัญใด ๆ ก็ตาม แต่บุคคลนั้นยอมรับในสิ่งที่ตนเป็น และกล้าเผชิญหน้ากับความจริงของตนเอง และกระตุ้นท้าทายตนเองให้เกิดการพัฒนาในสิ่งที่ตนขาดหรือบกพร่องอย่างสร้างสรรค์ บุคคลนั้นก็จะสามารถก้าวข้ามความเกรงกลัวที่มีต่อผู้อื่น และกลับกลายมาเป็นคนที่ได้รับการพัฒนาที่ดีขึ้นและสามารถลบล้างความคิดเห็นเดิมเกี่ยวกับตนเองและผู้อื่นได้ จนในที่สุดก็จะยกระดับตนเองขึ้นมาเป็นผู้ไม่หวั่นไหวต่อความรู้สึกขลาดกลัวผู้อื่น เพราะความกล้าหาญชาญชัยในการท้าทายและพัฒนาจุดบกพร่องของตนได้นั่นเอง …..

read more

วันที่ 197 หลักธรรมความคิด: – บุคคลนั้นไม่มีความเข้าใจตามหลักธรรมความเป็นจริง จึงวัดคุณค่าของผู้คนด้วยการประเมินจากสายตาความรู้สึกที่มองเห็นจากภายนอก ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีใครควรด้อยค่ากว่าใครในความเป็นมนุษย์ที่วัดจากภายนอกว่าใครสูงหรือใครต่ำ เพราะคุณค่าที่แท้จริงของมนุษย์นั้น อยู่ที่จิตวิญญาณภายในที่สูงต่ำไม่เท่ากันด้วยความดีงามและความสุขอันปราศจากความทุกข์ใจ แต่ผู้คนทั้งหลายที่ไม่เข้าถึงสัจธรรมความเป็นจริง จึงพากันหลงคิดผิดไปตามกัน และให้ความสำคัญตามกันไปที่รูปลักษณ์และสภาวะภายนอก และเมื่อเห็นว่าตนมีไม่ทัดเทียมผู้ใด ก็จะเกิดความรู้สึกเกรงกลัวต่อผู้นั้นด้วยที่มีมากกว่าตน ไม่ได้มองถึงความจริงว่าผู้นั้นอาจเป็นคนดีหรือไม่ดีในจิตวิญญาณ …..

read more

วันที่ 196 หลักธรรมความคิด: – บุคคลนั้นมีความคิดว่าตนเองบกพร่องหรือด้อยค่ากว่าผู้อื่นในสิ่งที่ตนเห็นว่าสำคัญ จึงขาดความมั่นใจในตนเอง กลายมาเป็นความเกรงกลัวต่อผู้ที่มีหรือเป็นมากกว่าตน ซึ่งหากบุคคลเพิ่มความคิดเข้าไปว่า ตนสามารถพัฒนาตนเองในสิ่งที่ดีมีประโยชน์ได้เสมอหากตนมีความตั้งใจพยายามอดทน แม้อาจต้องใช้เวลาแค่ไหน ก็จะเกิดแรงบันดาลใจและความมั่นใจในตนเอง จึงคิดที่จะเข้าหาผู้ที่ตนเห็นว่าสำคัญด้วยการเห็นประโยชน์คุณค่าในผู้นั้นด้วยความคิดด้านบวก แทนที่จะมีความคิดเกรงกลัวผู้นั้นด้วยความคิดด้านลบ …..

read more