Skip to toolbar

 

www.avpschool.org

คำสอน…..
ดังนี้…..

ต้นเหตุของความเจริญ คือ ความดี และ เมื่อสร้างความดีไว้พร้อมแล้ว ความเจริญก็จะตามมา

ดังนั้น
ในการพัฒนาตนเอง เราจึงต้องสร้างความดีให้เกิดขึ้นในตัวตนของเราก่อน ซึ่งเมื่อเราสร้างความดีไว้พร้อมแล้ว ความเจริญก็จะตามมาเอง

ความดี คืออะไร?

ความดี ที่เรากล่าวถึงในที่นี้ หมายความถึง คุณงามความดี ที่ครอบคลุมทุกส่วนของคุณสมบัติของคุณธรรมความดี ที่เป็นคุณลักษณะสำคัญ ทั้งในขั้นหยาบที่เป็นพื้นฐาน และในขั้นละเอียดที่สูงขึ้น ดังต่อไปนี้ เช่น

ความขยันหมั่นเพียร
ความกระตือรือร้น
ความมุ่งมั่นพยายาม
ความอดทนอดกลั้น
ความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหา
ความรับผิดชอบ
ความละเอียดรอบคอบ
ความรักและเข้าใจในผู้อื่น
ความเมตตากรุณา
ความกตัญญูกตเวทิตา
ความซื่อสัตย์
ความซื่อตรง
ความเกรงใจ ใส่ใจ และนึกถึงผู้อื่น
การนึกถึงและให้ประโยชน์ต่อส่วนรวม
ความรักในความสามัคคี
ความมีมุทิตา
ความจริงใจ
ความประหยัดมัธยัสถ์
ความประมาณตน
ความไม่ประมาท
ความกล้าหาญ
ความเสียสละ
ความยุติธรรม
ความสำรวมความคิด – คิดแต่สิ่งดี
ความสำรวมวาจา – พูดแต่สิ่งดี
ความสำรวมกาย – ทำแต่สิ่งที่ดี
ความมีสัมมาคารวะ
ความถ่อมตน
การพึ่งพาตนเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น
ความสมถะ เรียบง่าย
การมองความจริงและยึดถือความจริง
ความใฝ่ดีและยึดมั่นในความด
ความฝักใฝ่เรียนรู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์
ความใฝ่พัฒนาตนเอง
ความไม่ยึดติดในอัตตาตัวตนของตนเอง
ความศรัทธาในหลักธรรม
ฯลฯ

โดยหากบุคคลสามารถพัฒนาคุณงามความดีต่าง ๆ เหล่านี้ ให้เกิดขึ้นในตัวตนของตัวเองได้แล้ว สิ่งต่าง ๆ ทั้งหลาย ที่ต้องการเสริมสร้างเรียนรู้และฝึกฝนต่อมา ที่อาจเป็น ความฉลาดหรือความเก่ง ที่คนทั้งหลายยกย่อง ที่อาจเกิดจากพรสวรรค์หรือทักษะศักยภาพที่มีอยู่ในตัว หรืออาจเกิดจากการแสวงหาความรู้และหมั่นฝึกฝนจนเกิดเป็นทักษะความชำนาญ ใด ๆ ก็ตามนั้น จะถูกส่งออกไปจากระดับความคิดจิตใจและตัวตนภายในของตัวเอง ออกไปเป็นความเจริญงอกงามภายนอกในระดับพฤติกรรมการกระทำที่มั่นคงยั่งยืนและสำเร็จงดงาม โดยบุคคลนั้นจะไม่มีโอกาสเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการให้ร้ายให้โทษผู้อื่น ในการไปละเมิดล่วงเกินเบียดเบียนผู้อื่น หรือในการแข่งขันทำให้แตกแยกกับผู้อื่น แต่จะมากไปด้วยการสร้างคุณประโยชน์ให้กับผู้อื่น ที่จะนำพาความสุขความสบายใจมาสู่ตนเองและผู้อื่น อีกทั้งยังนำความภาคภูมิใจและความสุขความเจริญมาสู่ตนเองและบุคคลที่เป็นที่รัก อีกด้วย

และในทางกลับกัน หากการเสริมสร้างความรู้และความเก่ง ที่ไม่มีความดีเป็นพื้นฐานรองรับนั้น บุคคลจะมีภัยอันตรายในชีวิตอย่างร้ายแรง เพราะบุคคลนั้นจะเอาความรู้และความเก่งของตนเองไปทำร้ายให้โทษตนเองและผู้อื่น ซึ่งสุดท้ายก็จะย้อนกลับมาทำลายตัวเอง ในลักษณะต่าง ๆ เช่น

– ด้วยการเอาตัวเองเปรียบเทียบกับผู้อื่น โดยกับผู้ที่ด้อยกว่า ก็จะ โอ้อวด เยาะเย้ย ถากถาง ซ้ำเติม ดูถูก และกับผู้ที่เหนือกว่า ก็จะ แข่งขัน ชิงดีชิงเด่น ท้าทาย ห้ำหั่น สร้างความอิจฉาริษยา เกิดความโกรธแค้น และหาทางทำลาย เป็นต้น

– ด้วยการตั้งความหวังให้กับตัวเองหรือด้วยความคาดหวังจากผู้อื่น โดยเมื่อไม่ได้ตามที่หวัง ก็จะเกิด ความผิดหวัง ความเสียใจ ไม่สบายใจ ความเครียด ความทุกข์ใจ เป็นโรคซึมเศร้า ไม่มีความสุข เป็นต้น

– ด้วยการถูกขัดผลประโยชน์หรือด้วยความต้องการแย่งชิงผลประโยชน์ โดยจะเกิด การตัดหน้า การหักหลัง การคดโกง การหลอกลวง ต้มตุ๋น จี้ ปล้น การทุจริต การฉ้อโกง เป็นต้น
ฯลฯ

ซึ่งผลจากการพัฒนาความรู้และความเก่ง โดยไม่มีพื้นฐานของความดีรองรับนั้น จะนำพาบุคคลสู่ความล้มเหลว ตกต่ำ และหายนะ เพราะบุคคลนั้นจะต้องพบเจอกับผลของสิ่งที่ตัวเองกระทำไว้ ซึ่งอาจเป็นการเจอะเจอกับคนที่ไม่ยอมและตอบโต้เอาคืนกลับ หรืออาจต้องพบกับกรรมตามสนองในรูปแบบอื่น ที่บุคคลนั้นต้องพบจุดจบที่ไม่ดี ที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตร่างกาย สูญเสียทรัพย์สินเงินทอง เสื่อมเสียภาพลักษณ์ชื่อเสียง หรือสูญเสียอิสรภาพด้วยการถูกลงโทษจองจำ เป็นต้น

ฉะนั้น
ในการให้การศึกษาที่เป็นการพัฒนาเด็กนักเรียนที่แท้จริง คือ การสร้างคุณงามความดีทั้งหลายทั้งมวลต่าง ๆ เหล่านี้ ให้เกิดขึ้นในตัวเด็กนักเรียนให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะก้าวไปสู่การพัฒนาทักษะความรู้หรือความเก่งทางโลก โดยให้เด็กนักเรียนได้มีคุณสมบัติที่ดีมีความพร้อม ซึ่งเป็นการสร้างพื้นฐานที่สำคัญสุดในการเรียนรู้และการพัฒนาตนเอง ซึ่งเมื่อคุณธรรมความดีได้เกิดขึ้นในตัวเด็กนักเรียนแล้ว เด็กนักเรียนจะสามารถนำพาความรู้และความเก่งให้เจริญงอกงามขึ้นให้กับตัวเองได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีการบังคับ ขับเคี่ยว ขู่เข็ญ โดยไม่ต้องมีผลประโยชน์ รางวัล หรือสิ่งตอบแทน หรือโดยไม่ต้องมีการชื่นชม ยอมรับ หรือยกย่อง แต่เด็กนักเรียนจะสามารถนำพาความเจริญมาสู่ตนเองด้วย ความรัก ความเข้าใจ ความเคารพ และความนับถือในตนเอง ซึ่งความรักความเข้าใจและความเคารพนับถือตนเองนี้ เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำพาให้บุคคลใด ๆ มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตยิ่งขึ้นต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ที่เป็นความเจริญก้าวหน้าในชีวิตอย่างแท้จริง โดยเมื่อเติบใหญ่หรือแก่ตัวลง บุคคลนั้นจะไม่มีวันพบคำว่าผิดพลาด ตกต่ำ หรืออับจน เพราะบุคคลนั้นจะยังคงสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และเมื่อเกิดปัญหา บุคคลนั้นก็พร้อมเปลี่ยนแปลงแก้ไขตนเอง ด้วยการให้อภัย ให้โอกาสตัวเอง และเป็นกัลยาณมิตรหรือเพื่อนที่ดีของตัวเอง ด้วยการปลอบตัวเอง ให้กำลังใจตัวเอง ให้รีบลุกขึ้นมายืนหยัดและเดินหน้าต่อ ด้วยความหวังอย่างสุขใจ โดยพร้อมเก็บเกี่ยวประสบประการณ์เป็นกำไรให้กับชีวิต เพื่อประโยชน์สุขแห่งตน ให้ตนเองได้มีความรอบรู้ มากด้วยประสบการณ์ และมีปัญญาเพิ่มพูนให้มากยิ่งขึ้น เพื่อก้าวเดินต่อไปในชีวิตสู่เป้าหมายอย่างกล้าหาญและมั่นคง

และสิ่งที่ได้กล่าวมาคือ หลักคุณงามความดีที่ถูกต้อง ที่เป็นหลักธรรมที่มนุษย์ทุกชีวิตจะต้องถือปฏิบัติและพัฒนาให้ได้เป็นพื้นฐานในอันดับแรก ก่อนที่จะพัฒนาความรู้และความเก่งทางโลก

และสิ่งนี้เอง คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสสอนไว้ดีแล้ว ในเส้นทางของอริยมรรคมีองค์แปด ในวิถีแห่งหลักธรรมคำสั่งสอน คือ ศีล ทาน สติ สมาธิ และปัญญา นั้นแล.

ดร.พัชริศร์ หัตถวิจิตรกุล
โรงเรียนอริยวิจิตรบัณฑิตย์

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *