Skip to toolbar

คำสอน
…..ต่อ

ความทุกข์ มีสภาวะเหตุเช่นไร?

ดังที่กล่าวก่อนมา ความทุกข์คือความจริง และ ความจริงคือความทุกข์
และที่ผู้คนในโลกมักไม่ยอมรับความจริงนั้น เหตุเป็นเพราะความจริงมักมาพร้อมกับความทุกข์ ผู้คนทั้งหลายจึงมักหลีกเลี่ยง ไม่มองความจริง โดยหารู้ไม่ว่า ยิ่งหลีกหนีจากความจริงมากเท่าไร ก็ยิ่งจะมีความทุกข์กลบทับ และห่างไกลจากความสุข มากขึ้นเท่านั้น

ความทุกข์ มีสภาวะเป็นเช่นไร?
ความทุกข์ คือ สภาวะของการไม่มีความสงบสุขของจิตใจ
และ ความทุกข์ ประกอบด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่ดีต่าง ๆ เหล่านี้…..
– ความโกรธ ความแค้น ความพยาบาท
– ความขุ่นเคือง ความหงุดหงิด ความรำคาญ
– ความอยาก ความโลภ ความคาดหวัง
– ความเหงา ความเศร้า ความอาลัยอาวรณ์
– ความผิดหวัง ความเสียใจ ความเจ็บปวดใจ
– ความอึดอัดใจ ความคับข้องใจ ความลำบากใจ
– ความตระหนกตกใจ ความสะเทือนขวัญ ความสะเทือนใจ
– ความสลดใจ ความหดหู่ใจ ความห่อเหี่ยวใจ
– ความรัก ความหวง ความห่วง
– ความหลงใหล ความคลั่งไคล้ ความยึดติด
– ความใคร่ ความกำหนัด ความหมกมุ่น
– ความอิจฉา ความริษยา ความหึง
– ความเกลียด ความชิงชัง ความขยะแขยง
– ความเบื่อ ความเซ็ง ความเหนื่อยใจ
– ความอาย ความเขิน ความประหม่า
– ความกลัว ความระแวง ความกังวล
– ความฟุ้งซ่าน ความสับสน ความสงสัยลังเล
– ความเครียด ความกลุ้มใจ ความหนักใจ
– ความกระวนกระวายใจ ความร้อนใจ ความวุ่นวายใจ
– ความท้อแท้ ความน้อยใจ ความหมดกำลังใจ
– ความละอายใจ ความขัดแย้งในใจ ความรู้สึกผิด
– ความด้อยค่า ความจนปัญญา ความสิ้นหวัง
ฯลฯ

ความทุกข์ มีเหตุเป็นมาเช่นไร?
ความทุกข์ มีเหตุมาจาก…..
– การไม่มองความจริง
– การไม่เห็นความจริง
– การไม่รู้ความจริง
– การไม่เข้าใจความจริง
– การไม่ยอมรับความจริง
– การไม่อยู่กับความจริง
– การไม่เรียนรู้ความจริง

และเมื่อเราไม่มองความจริง ไม่เห็นความจริง ไม่รู้ความจริง ไม่เข้าใจความจริง ไม่ยอมรับความจริง ไม่อยู่กับความจริง ไม่เรียนรู้ความจริง เราก็จะมีความคิดเห็นที่ผิด ที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกนึกคิดอารมณ์ต่าง ๆ ที่เป็นความทุกข์ ดังกล่าว

ดังนั้น
ในการมองความจริง เราต้องรักษาตนให้รอดพ้นจากความทุกข์ โดยเราต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องทั้งหมดว่า…..

– ความทุกข์ทั้งหลายเหล่านี้ไม่มีอยู่จริง มันเป็นเพียงสิ่งที่เราสร้างขึ้นจากจินตนาการความคิดของเรา ที่เกิดจากความไม่รู้และความกลัวในการเผชิญหน้ากับความจริง เท่านั้น

– หากเราทำการศึกษาความจริงอย่างลึกซึ้ง เราจะค้นพบว่า “ความจริง” ที่เราหลีกเลี่ยงหลบหนี ไม่ยอมรับนั้น ที่แท้จริงแล้ว คือ “กรรม” ที่เป็นผลมาจากการกระทำต่าง ๆ ของคนแต่ละคนที่ผ่านมา นั่นเอง

– แต่หากเราไม่ปฏิเสธความจริง กล้ามองความจริง ซึ่งแม้ความจริงจะเป็นความทุกข์ แต่เรายังคงเดินหน้าเพื่อขจัดความไม่รู้และลบล้างความกลัวของเราออกไป เราก็จะพบกับความจริงแท้ ที่เป็นสิ่งงดงามล้ำค่าสูงสุดซ่อนเร้นอยู่ภายในความทุกข์เหล่านั้น ซึ่งคือ ความสุขที่แท้จริง นั่นเอง

สุดท้าย…..
ผู้มีปัญญาเท่านั้น ที่จักกล้ามองความจริง ค้นหาความจริง และมีความสุขกับความจริง และในการอยู่ดูรู้เห็นความจริง ผู้มีปัญญาก็จักมิยอมให้ตนเองแปดเปื้อนด้วยความทุกข์ เพราะรู้กระจ่างชัดว่า แท้ที่จริงแล้ว ความทุกข์ทั้งหลายเหล่านี้ไม่มีอยู่จริง แต่เป็นเพียงความเห็นผิดที่ถูกสร้างขึ้นจากจินตนาการความกลัว และหากยอมให้ความทุกข์เหล่านี้ครอบงำ ก็เปรียบเสมือนการสร้างเครื่องมือมาทำลายบั่นทอนล้างผลาญตัวเอง นั่นเอง
ฉะนั้น
ผู้มีปัญญาเท่านั้น ที่จักรู้เท่าทันความทุกข์ที่มาคู่กับความจริง และจักรีบกำจัดความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงออกจากจิตใจของตนให้หมดสิ้นไป โดยในที่สุดของชีวิต ผู้มีปัญญาจักมิยอมให้ตัวเองต้องตายไปพร้อมกับความทุกข์ใด ๆ ในจิตใจของตนเลย

ดังที่กล่าวมา ความทุกข์ มีสภาวะเหตุ เป็นเช่นนี้แล.

มีต่อ ตอนต่อไป…..

ดร.พัชริศร์ หัตถวิจิตรกุล
โรงเรียนอริยวิจิตรบัณฑิตย์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *