Skip to toolbar

คำสอน
…..ต่อ

“ความทุกข์ คือ ความจริง
ความจริง คือ ความทุกข์”

ความทุกข์ คือ ความจริง และ ความจริง คือ ความทุกข์
ดังนี้

มนุษย์ทุกคนที่เกิดมาบนโลก ล้วนแล้วแต่ต้องประสบพบเจอกับความทุกข์ต่าง ๆ อย่างมากมายเป็นปกติธรรมดา และเมื่อพบเจอความทุกข์ มนุษย์ทั้งหลายควรต้องรู้และเข้าใจว่า ความทุกข์ เป็นสิ่งที่จะต้องเข้าเผชิญหน้า เพื่อจะได้รู้จัก ยอมรับ ศึกษา เรียนรู้ ทำความเข้าใจ คิดหาหนทาง จัดการแก้ไข ความทุกข์ให้ลุล่วง เพื่อก้าวข้ามผ่านพ้นความทุกข์ไป ในที่สุด

แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า ผู้คนทั้งหลายในโลก ล้วนต่างไม่อยากประสบพบเจอกับความทุกข์
ทั้งนี้เป็นเพราะ ความทุกข์ทั้งหลายสะท้อนมาจากความจริงของชีวิต ที่ความจริงของชีวิตล้วนต่างเต็มไปด้วยความทุกข์ ที่เจ็บปวดและยากยิ่งต่อการทำใจยอมรับ ด้วยเหตุนี้ ผู้คนทั้งหลาย จึงเลือกที่จะหลบหลีกกลบทับความทุกข์ แทนที่จะเข้าเผชิญหน้าหาความจริงเพื่อจัดการปัญหาของความทุกข์ที่ต้นเหตุ และขจัดล้างความทุกข์ให้เบาบางลงและหายไปในที่สุด

และ สิ่งที่ผู้คนทั้งหลายล้วนต่างไม่เข้าใจ คือ ความจริงที่ว่า…..
“ยิ่งตัวเองพยายามหลีกเลี่ยงความทุกข์เท่าใด ตัวเองก็จะยิ่งได้รับความทุกข์มากขึ้นเท่านั้น”

ดังนั้น ผู้คนทั้งหลายจึงต้องทำความเข้าใจใหม่ว่า…..
“แม้ความจริงของชีวิตจะนำความทุกข์ความเจ็บปวดใจมาให้แก่เราอย่างวิกฤติหรือแสนสาหัสสักเพียงไหน แต่เราก็จะไม่หลบหลีกความทุกข์ และจะวางใจยอมรับความทุกข์ทั้งหมด ที่เป็นความจริงของชีวิตเรา ให้จงได้”

โดยความจริงของชีวิต ที่ผู้คนทั้งหลายต้องทำความเข้าใจให้ได้ มีเช่นนี้ว่า…..
– ในโลกนี้ ไม่มีอะไรแน่นอน
– ในโลกนี้ ไม่มีอะไรดังใจเรา
– ในโลกนี้ ไม่มีใครทำถูกใจเรา ทำตามใจเรา เป็นไปดังใจเรา ได้หมดทุกผู้ทุกคน ทุกเรื่องทุกราว ทุกอย่างทุกครั้ง
– ในโลกนี้ ไม่มีมนุษย์ผู้ใด ที่เมื่อถูกกระทบ จะเห็นแก่ประโยชน์สุขของคนอื่น ก่อนประโยชน์สุขของตัวของเขาเอง
– ในโลกนี้ ทุกสิ่งทุกอย่าง มีโอกาสเกิดขึ้นและพลิกผันได้เสมอ
– ในโลกนี้ มนุษย์ทุกคน มีโอกาสแปรปรวนเปลี่ยนแปลงได้เสมอ
– ในโลกนี้ ในที่สุดแล้ว ก็ไม่มีใครสามารถเป็นที่พึ่งให้กับใครได้จริง
– ในโลกนี้ สุดท้ายแล้ว ก็มีเพียงตัวเราเองเท่านั้น ที่ต้องทำตัวเองและทำใจให้เป็นที่พึ่งของตัวเอง
……..

และเมื่อผู้คนทั้งหลาย ไม่ได้เรียนรู้หลักความจริงของชีวิตเช่นนี้ ผู้คนเหล่านั้นจึงไม่ได้รู้หลักในการเกี่ยวข้องกับความทุกข์ เมื่อมาพบเจอความทุกข์ จึงไม่เข้าใจความทุกข์และไม่ยอมรับความทุกข์ แต่จะปฏิเสธความทุกข์ เกลียดความทุกข์ ตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับความทุกข์ และจะหลบหลีกความทุกข์ โดยหารู้ไม่ว่า แท้จริงแล้ว ตัวเองนั้นไม่ได้ขัดแย้งกับความทุกข์ แต่ตัวเองกำลังขัดแย้งกับความจริง ที่นับเป็นเรื่องเศร้า ที่ในการขัดแย้งกับความทุกข์ บุคคลผู้นั้นไม่ได้รู้เลยว่า ตัวเองกำลังให้โทษให้ร้ายตัวเอง เพราะสิ่งที่ตัวเองทำนั้น เป็นการ…..
– ขัดขวางโอกาสของตัวเอง
– ขัดขวางชีวิตของตัวเอง
– ขัดขวางความสุขของตัวเอง
– ขัดขวางความเจริญของตัวเอง
– ขัดขวางอิสรภาพของตัวเอง

ด้วยเหตุฉะนี้…..

สิ่งที่ผู้คนทั้งหลาย ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับความทุกข์ คือ…..
ความทุกข์คือความจริง และความทุกข์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราคือความจริงของชีวิตเรา และความทุกข์แต่ละความทุกข์ที่แต่ละชีวิตจะต้องพบเจอ คือวิถีชีวิตส่วนบุคคลของแต่ละชีวิต ที่จะต้องก้าวเดินไปตามวิถีของตัวเองอย่างไม่กลัวเกรงท้อแท้ หากแต่อย่างอาจหาญเด็ดเดี่ยวมั่นคงและมีความสุข

และ…..
วิถีชีวิตของแต่ละชีวิต จะหล่อหลอมแต่ละชีวิต จะเพิ่มพูนประสบการณ์ให้แต่ละชีวิต จะสร้างคุณค่าให้แต่ละชีวิต และจะทำให้แต่ละชีวิต เชี่ยวชาญในวิถีของตัวเอง รู้แจ้งในวิถีของตัวเอง ภูมิใจในวิถีของตัวเอง สุขใจในวิถีของตัวเอง โดยไม่ต้องเปรียบเทียบวิถีของตัวเองกับของผู้ใด ว่าของใครแย่หรือดีกว่าของใคร เพียงแต่ต่างคนต่างรับรู้และเข้าใจวิถีชีวิตของตัวเองและวิถีชีวิตของผู้อื่นว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีคุณค่าเสมอกัน ตามเหตุปัจจัยที่แต่ละชีวิตได้สร้างมาไม่เหมือนกัน และต่างคนต่างเกี่ยวข้องกันด้วยการมี ความรัก ความเข้าใจ ความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ต่อกัน อย่างภาคภูมิใจและอย่างสุขใจที่สุด
และ นี่คือ วิถีของชีวิตที่แท้จริง

และ…..
สิ่งที่ผู้คนทั้งหลาย ต้องเข้าใจให้กระจ่างถ่องแท้ คือ…..
วิถีชีวิตของบุคคลที่มีปัญญาในการมองเห็น จะเลือกเดินไปในชีวิตพร้อมกับความจริงและหลักธรรมความดี ที่เป็นชีวิตที่ความทุกข์ต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวงไม่สามารถกล้ำกรายทำร้ายได้ เพราะบุคคลที่มีปัญญาจะเข้าใจความทุกข์อย่างกระจ่างถ่องแท้ ดังนั้น ผู้ที่มีปัญญาจะเผชิญหน้ากับความทุกข์ จะยืนหยัดหนักแน่น จะแก้ไขต่อสู้กับอุปสรรคปัญหาของความทุกข์อย่างเด็ดเดี่ยวมั่นคง และจะอดทนรอคอยผลอย่างเชื่อมั่นและวางใจ จนในที่สุด เมื่อความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงผ่านพ้นไป สิ่งที่รอคอยอยู่ คือ ความสุขที่แท้จริงอย่างใหญ่หลวงอเนกอนันต์ ที่นับเป็นผลรางวัลอันเลิศล้ำค่าสูงสุดของชีวิต ที่แต่ละชีวิตควรต้องได้พบเจอเมื่อได้มีโอกาสเกิดมาแล้วในชีวิต

และ นี่คือ เป้าหมายที่แท้จริงของมนุษย์ทุกชีวิต แต่ทว่าได้ถูกละเลยลืมเลือนหายไปอย่างสิ้นเชิง.

มีต่อ ตอนต่อไป…..

ดร.พัชริศร์ หัตถวิจิตรกุล
โรงเรียนอริยวิจิตรบัณฑิตย์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *