Skip to toolbar

คำสอน…..

“การศึกษา ต้อง เพิ่มคุณค่า ลดอัตตา แก่ตัวตน”
ดังนี้

การศึกษา ต้องเป็นไปในการให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเองให้มากที่สุด ในขณะเดียวกัน ก็ให้ผู้เรียนลดอัตตาตัวตนของตัวเองให้เหลือน้อยที่สุด ด้วย

จวบจนปัจจุบัน แต่ละประเทศที่พัฒนาและกำลังพัฒนาต่างตระหนักในความสำคัญของการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนเป็นอย่างมาก พร้อมกำหนดกฎเกณฑ์ให้เด็กแต่ละคนเข้ารับการศึกษาในขั้นพื้นฐานให้ได้ในระดับมัธยมศึกษา โดยมีเป้าหมายให้เด็กแต่ละคนได้ศึกษาวิชาความรู้ เพื่อเติบโตขึ้นในวัยผู้ใหญ่ จะได้เป็นประชากรที่ดีมีคุณภาพ และเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศชาติ

ในระดับประเทศ การศึกษาจึงถูกมองว่ามีความสำคัญเป็นที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเยาวชนของชาติ ที่จะเป็นหลักสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต แต่ละประเทศจึงได้เร่งรัดพัฒนาการศึกษา ทั้งในเรื่อง นโยบาย หลักสูตร แผนการ หลักการ วิธีการ ฯลฯ เพื่อให้การศึกษามีคุณภาพดีขึ้น และยังได้ขยายระดับการศึกษาให้สูงมากขึ้น โดยในปัจจุบัน สากลโลกต่างให้ค่าความสำคัญของการเรียนในระดับปริญญาตรีว่าจำเป็นและควรต้องมี และต่อยอดมาเป็นระดับปริญญาโทซึ่งมีอยู่ทั่วไป จนถึงระดับปริญญาเอกที่เริ่มมีอย่างแพร่หลาย อีกทั้งบางสถาบันยังมีหลักสูตรหลังปริญญาเอกด้วย

ด้วยเหตุที่ผู้คนต่างยอมรับและยึดถือการศึกษาว่าเป็นหลักสำคัญในการสร้างความเจริญในอนาคต ทั้งแก่ตัวผู้เรียนและแก่ประเทศชาติ โดยช่วยหล่อหลอมและพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลที่ดีมีคุณภาพ สังคมจึงต่างช่วยผลักดันสนับสนุนการศึกษาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่ทุกฝ่ายคาดหวังต้องการ ซึ่งผู้เกี่ยวข้องในระบบการศึกษา เริ่มตั้งแต่ระดับผู้นำและนักการปกครอง ที่เป็นผู้ออกนโยบายและควบคุมทิศทางการศึกษา ลงมาถึงผู้กำกับดูแลและบริหารการศึกษา ตลอดจนสถาบันการศึกษา อันมี ผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอน รวมไปถึงครอบครัว อันมี ผู้ปกครอง และตัวนักเรียน ต่างถูกขับเคลื่อนด้วยระบบการศึกษาที่ได้ถูกจัดวางไว้ โดยทุกฝ่ายให้ความร่วมมือเป็นสำคัญ ด้วยเห็นพร้องและการยอมรับว่า การศึกษาเป็นสิ่งที่ดี โดยการเรียนจบในระดับมัธยมศึกษาเป็นเรื่องที่ต้องทำ การเรียนจบในระดับปริญญาตรีเป็นเรื่องควรทำ และการเรียนต่อในระดับปริญญาโทเป็นเรื่องที่น่าทำ และหากทำได้ การเรียนจบระดับปริญญาเอกเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ เพราะถือว่าเป็นการจบการศึกษาสูงสุดในปัจจุบัน

ดังที่กล่าวมา แสดงให้เห็นว่า ระบบการศึกษาทั้งหลาย รวมทั้งการศึกษาในประเทศไทย ได้ผ่านการขับเคลื่อนผลักดันมาอย่างยาวนานและด้วยความยากลำบาก กว่าจะประสบผลสำเร็จในวันนี้ในการสร้างภาพลักษณ์ที่ทำให้สังคมเห็นคุณค่าและยอมรับเชื่อถือว่า การศึกษามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทุกชีวิต ในการที่จะเติบโตขึ้นและดำรงอยู่ในสังคมร่วมกันกับผู้อื่นอย่างมีคุณภาพและอย่างมีความสุข

และสิ่งที่เกิดขึ้นจากการดังกล่าว คือ มนุษย์ที่เกิดมาในโลกยุคปัจจุบันที่ต้องการความเจริญมาสู่ตนและเป็นที่ต้องการของประเทศชาติ จะต้องขวนขวายและถูกผลักดันให้ต้องเสียสละเวลาในชีวิตไปกับการเรียนในขั้นพื้นฐานของระบบการศึกษาอย่างน้อย 12 ปี ซึ่งยังไม่รวมชั้นอนุบาล 3 ปี และสำหรับเด็กบางคน ยังมีระดับเนอร์สเซอรี่อีก 1-2 ปีก่อนหน้าด้วย

ในระหว่างระยะเวลายาวนานที่สูญเสียไป ครอบครัวและเด็กนักเรียนแต่ละคนต้องทุ่มเทให้กับการศึกษา ด้วยการฝักใฝ่ให้ความสำคัญกับการเรียนเป็นหลัก ต้องอดทนอดกลั้น อุทิศแรงกาย สมอง กำลังใจ และกำลังทรัพย์ ฯลฯ อย่างมากมาย เพื่อเด็กนักเรียนแต่ละคนจะได้จบการศึกษาอย่างทัดเทียม และในการนี้ ยังมีผู้เกี่ยวข้องในระบบการศึกษาอีกหลายฝ่าย ที่ต้องช่วยดำเนินการขับเคลื่อนร่วมกันอย่างแข็งขันและเข้มข้น เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กนักเรียนแต่ละคนจะได้เรียนจบอย่างครบถ้วน อีกทั้งงบประมาณแผ่นดินของประเทศจำนวนมหาศาลได้ถูกใช้ไปเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาการศึกษานี้เป็นสำคัญ

แต่ทว่า…..
เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่ระบบการศึกษาที่ได้ผ่านการก่อร่างสร้างประวัติและการพัฒนามายาวนานในหมู่มวลมนุษยชาติ บนความเสียสละทุ่มเทด้วยความยากลำบากของทุกฝ่าย ทั้งผู้คิด ผู้ขับเคลื่อน ผู้สนับสนุน และผู้ทำ รวมถึงมูลค่าของเงินมหาศาลที่ได้ใช้จ่ายไปกับการศึกษาอย่างยินดีเต็มใจ ไม่ว่าจะเป็นในระดับครอบครัว ชุมชน สังคม ประเทศ หรือในระดับโลก ที่กว่าจะได้รับการยอมรับและความไว้วางใจว่า การสำเร็จการศึกษาจะมอบสิ่งที่ดีและอนาคตที่ดีแก่เยาวชนได้นั้น กลับไม่ได้ฉกฉวยโอกาสอันดีที่ได้รับมานี้ สร้างสิ่งที่ดีมีคุณค่าที่สุดให้บังเกิดขึ้นเลย

และ…..
เป็นเรื่องที่น่าเศร้า นอกจากการศึกษาจะไม่ได้สร้างชีวิตทุกชีวิตด้วยการเพิ่มคุณค่าให้คุ้มค่ากับสิ่งที่ทุกฝ่ายทุกคนทั้งหลายได้ลงทุนลงแรงไปแล้ว หากการศึกษายังกลับทำลายคนทุกคน ทำลายทั้ง นักเรียน ครูผู้สอน โรงเรียน ครอบครัว สังคม ประเทศชาติ และโลกของเราในที่สุด

ทั้งนี้เพราะ…..
การศึกษา ไม่ได้เพิ่มคุณค่าให้แก่ชีวิต แต่กลับลดคุณค่าของชีวิตลง
และการศึกษา ไม่ได้ช่วยลดทิฐิอัตตาที่มีอยู่ในตัวตนของผู้เรียนให้เบาบางลงด้วยการให้ปัญญา แต่การศึกษากลับส่งเสริมเพิ่มอัตตา ด้วยกิเลส อันมี ความโกรธ ความโลภ ความหลง ความกลัว และความโง่เขลา ให้แก่ตัวตน อีกด้วย…..

มีต่อ ตอนที่ 2……….

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *