วันที่ 205 หลักธรรมความคิด: …..ต่อ 2. ความคิดดูถูกเหยียดหยามคนอื่น โดยการมองคนและตัดสินคนจาก การแสดงนิสัย ทัศนคติ ความคิด จิตใจ ฯลฯ ที่ส่งมาจากตัวตนภายใน – ความคิดเห็นเช่นนี้แม้เป็นการมองคนที่ธาตุแท้เนื้อแท้ที่อาจประกอบด้วยสัมมาทิฏฐิ แต่หากเรามีความคิดดูถูกเหยียดหยามผู้นั้นแฝงอยู่ นั่นแสดงว่าเราก็ยังไม่ได้มีความเข้าใจในหลักธรรมอย่างถ่องแท้ เพราะหากเราเข้าใจหลักธรรมอย่างถ่องแท้จริง เราก็จะเข้าใจธรรมชาติของคน ที่มีความแตกต่างกันออกไปเป็นธรรมดา และคนแต่ละคนที่แตกต่างกันนั้น ต่างก็มีเหตุที่เป็นบุญกรรมที่เขาได้สร้างมาที่ไม่เหมือน ดังนั้น หากเรายังไม่สามารถแยกแยะข้อนี้ได้ชัดเจน และไม่สามารถลบอคติข้อนี้ออกไปจากจิตใจได้ แสดงว่าเราก็ยังเป็นผู้ที่ยังอ่อนปัญญาในธรรม …..

read more

คำสอน….. “เป้าหมายของชีวิต ต้องอยู่ที่ ‘ความสุข’ ไม่ใช่ ‘ความสำเร็จ’ ดังนี้….. การวางเป้าหมายของชีวิต ต้องอยู่ที่ การมีความสุข ไม่ใช่ การมีความสำเร็จ เพราะ….. เป้าหมายของชีวิตที่อยู่เพื่อ การมีความสุข กับ เป้าหมายของชีวิตที่อยู่เพื่อ การมีความสำเร็จ นั้น ช่างแตกต่างกันราว ฟ้ากับดิน ขาวกับดำ….. การมีความสุข เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในตัวเรา ที่เราสามารถบันดาลได้เองในทันทีทันใด ไม่ต้องผ่านสิ่งใด และเป็นสิ่งที่เราสามารถมีและนำติดตัวไปได้ในทุกที่ ในขณะที่ ความสำเร็จ เป็นการตีมูลค่าผ่านการสร้างผลงานวัตถุสิ่งของ อันเป็นสิ่งประกอบภายนอกตัวเรา เพื่อเก็บเกี่ยวภาพลักษณ์ชื่อเสียง แล้วจึงค่อยแปลงค่ามาเป็นความรู้สึกดีหรือความสุขอีกทีหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถเสพได้ทุกเวลา และไม่อาจพกพานำติดตัวไปได้ในทุกที่ และ….. ความสุข หาได้ มีได้ ไม่จำกัด และทุกชีวิตมีโอกาสพบเจอความสุข แต่…

read more

๔๕.การพัฒนาตนเอง….. องค์ความรู้สำคัญที่มนุษย์ทุกคนต้องศึกษาเรียนรู้ เพื่อการเจริญเติบโตของร่างกายที่ถูกต้อง เพื่อการอยู่รอดอย่างปลอดภัยและมีความสุขในชีวิต และเพื่อการพัฒนาตนเองให้เกิดประโยชน์สูงสุดในชีวิต ให้สมกับที่ตัวเองได้รับโอกาสในการเกิดมา คือ ความรู้ 3 ประการ ที่ได้กล่าวไปแล้วในข้างต้น อันเกี่ยวข้องกับ 1. ความรู้ที่ใช้ในการประกอบการงานและอาชีพ 2. ความรู้ที่ใช้ในการรักษาสุขภาพทางร่างกาย 3. ความรู้ที่ใช้ในการรักษาความสุขทางจิตใจ และความรู้ทั้ง 3 ประการ ได้ถูกเรียบเรียงคัดสรรออกมาเป็นวิชาความรู้ ใช้ชื่อว่า 8+1 วิชาอริยศาสตร์ ซึ่งมีรายชื่อวิชา ดังนี้ 1. ร่างกายของมนุษย์และการรักษาปกป้อง 2. วิวัฒนาการของมนุษยชาติบนโลก 3. ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 4. การอยู่และวิถีการอยู่ 5. การกินและวิถีการกิน 6. ภาษาและการสื่อสาร 7. การวัดค่าและการคำนวณตัวเลข 8….

read more

วันที่ 204 หลักธรรมความคิด: …..ต่อ ความอ่อนในธรรมะด้านจิตใจ คือ จิตใจที่ประกอบด้วยอคติความโลภหลงและความลำเอียง อันเกิดจากการมีมิจฉาทิฏฐิเป็นที่ตั้ง ดังนี้เช่น – คนสวยคนหล่อ จึงชอบ แต่คนไม่สวยไม่หล่อ ไม่ค่อยนิยมชมชอบ – คนรวยมีเงิน จึงชอบ แต่คนยากจน ไม่ค่อยนิยมชมชอบ – คนเด่นคนดัง จึงชอบ แต่คนไม่มีชื่อเสียง คนที่ไม่มีคนรู้จัก ไม่นิยมชมชอบ ฯลฯ ซึ่งเมื่อผู้นั้นได้เจอะเจอคนอื่นที่มีมากกว่าดีกว่า ก็จะเปลี่ยนแปรหันเหไปนิยมชมชอบอีกคนหนึ่ง จิตใจไม่มีความสงบมั่นคง และไม่แน่วแน่เที่ยงตรง แต่จะโลเลหวั่นไหวตามกระแสสังคมที่ให้ค่าทางวัตถุ …..

read more

คำสอน   “การศึกษา ต้องพัฒนาคน ทุกมุมด้าน”   ดังนี้…..   เมื่อความเจริญของโลกมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างรวดเร็ว มนุษย์บนโลกต่างก็ต้องแก่งแย่งชิงกัน เพื่อให้สามารถอยู่รอดบนโลกได้อย่างปลอดภัยและสุขสบาย เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ ระบบการศึกษาจึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือ ในการพัฒนามนุษย์สู่การมีศักยภาพในการทำงานมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อการแสวงหาเงินทอง ความมั่งคั่ง และความสุขสบายสู่ตนเอง   ซึ่งนับเป็นเรื่องเศร้า ที่เราต่างหลงลืมตัวตนของเราไปว่า เรามีองค์ประกอบหลายมุมด้าน ที่เราสามารถพัฒนาศักยภาพของความเป็นมนุษย์ได้อย่างมากมายสุดแสนประเสริฐ   เพราะ ในชีวิตของมนุษย์เรามีองค์ประกอบหลายอย่าง และมนุษย์แต่ละคนต่างมีสิ่งประกอบที่แตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง ฉะนั้น ในการจัดระบบการศึกษาเพื่อการพัฒนาคน เราจึงไม่อาจนำผู้เรียนที่มีความแตกต่างกัน มาวัดค่าในสิ่งเดียวกันเสมอเหมือนกันได้ หากเราทำเช่นนั้น ก็เสมือนว่าเราได้เอาคนที่มีความถนัดความสนใจต่างกัน มาเล่นเกมเดียวกัน และตัดสินสรุปว่าผู้ที่ทำคะแนนน้อยกว่าเป็นคนที่ไม่เก่ง ดังนั้น การพัฒนาคนผ่านการศึกษาเช่นนี้นับว่าไม่ได้อิงหลักธรรมชาติของชีวิต ไม่มีความเข้าใจในชีวิต ไม่มีความยุติธรรมและความเมตตาต่อผู้เรียนเลย   และ องค์ประกอบในคนแต่ละคน…

read more

คำสอน “การศึกษา ต้องสร้างคน ไม่ใช่ทำลายคน” ดังนี้….. โลกกำลังตื่นตัวกับการปฏิรูปการศึกษาอย่างมากมาย โดยมีเป้าหมายเพื่อต้องการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้สามารถรับมือกับสังคมโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ หลาย ๆ ประเทศ ได้พยายามหาหนทาง คิดค้นวิธีการ ในการจัดการการศึกษาและพัฒนาหลักสูตร เพื่อเสริมสร้างให้ผู้เรียนมีทักษะและคุณสมบัติที่สำคัญเพื่อการประกอบอาชีพการงาน อาทิ เช่น การมีความคิดสร้างสรรค์ การมีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดนอกกรอบ การมีความกล้า การท้าทายปัญหา การพลิกแพลงจัดการปัญหา การมองเป้าหมาย การวางแผน การมียุทธวิธีจัดการในการทำงาน การทำงานเป็นทีม ทักษะการเป็นผู้นำ ฯลฯ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถแข่งขันและอยู่รอดได้ในโลกที่การแข่งขันนับวันก็จะยิ่งเข้มข้นขึ้น แต่ในขณะที่ทรัพยากรของโลกที่มีอยู่อย่างจำกัดยิ่งร่อยหรอลง และโอกาสในการสร้างงานสร้างเงินตามวิถีธรรมชาติดั้งเดิมก็ลดน้อยถอยลง แต่ระบบการให้การศึกษาแก่เยาวชน เพื่อการเตรียมความพร้อมของเด็กสู่อนาคตในวัยทำงานนั้น จะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม ได้ทำลายเด็กนักเรียนลงด้วย เราได้ทำในสิ่งที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ ด้วยการสร้างระบบการศึกษาในขั้นพื้นฐาน ที่ไม่ได้เอาความรู้ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตมาบรรจุในหลักสูตร หากแต่เอาสิ่งที่ไม่สำคัญและไกลตัว อีกทั้งการโยงใยองค์ความรู้ไม่ได้ทำให้เด็กนักเรียนเกิดความเข้าใจ เพื่อการเรียนอย่างเห็นประโยชน์คุณค่าด้วยความภูมิใจ แต่เราได้นำเด็กนักเรียนมาป้อนความรู้ในลักษณะเป็นการยัดเยียด ด้วยการให้เด็กนักเรียนเรียนให้มาก ให้จำให้มาก และหากจำไม่ได้ก็ต้องท่องจำ และเราวัดผลการเรียนของเด็กนักเรียนด้วยการสอบเปรียบเทียบและสอบแข่งขัน…

read more

๔๔.การพัฒนาตนเอง:….. การถ่ายทอดความรู้จากผู้สอนสู่ผู้เรียน (ต่อ) ในการถ่ายทอดความรู้ ผู้สอนจะต้องไม่ถ่ายทอด อคติ ทัศนคติ นิสัย หรือพฤติกรรม ที่ไม่ดีหรือในทางลบ แก่ผู้เรียน ในข้อนี้ ผู้สอนจะต้องสอนผู้เรียนด้วยความเมตตากรุณาสูงสุด พร้อมทั้งระมัดระวังตัวเอง ไม่ให้มีการแสดงออกทางความคิด ทัศนคติ คำพูด การกระทำ นิสัย หรือพฤติกรรม ต่าง ๆ ที่ไม่ดีที่มีอคติต่อผู้เรียน เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแก่ผู้เรียน เพื่อไม่ให้ผู้เรียนถูกทำลายจิตใจตัวตนที่ดีไป และเพื่อรักษาความรู้นั้นให้บริสุทธิ์ด้วยความดี กล่าวคือ ผู้สอนไม่ใช้อำนาจข่มขู่ผู้เรียน ไม่วางตนเหนือผู้เรียน ไม่มีอคติหรือทัศนคติต่อผู้เรียนในทางลบ ไม่เอื้อนเอ่ยวาจาคำพูดที่หยาบคายหรือไม่สุภาพ แต่พูดจากับผู้เรียนด้วยการให้ความเคารพ ความเสมอภาค และการให้เกียรติ ไม่แสดงอารมณ์หรือมีพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อผู้เรียน เช่น ไม่แสดงความโกรธโมโห หรือประชดประชันผู้เรียน ด้วยคำพูดหรืออากัปกิริยาที่ไม่ดี และไม่มีทัศนคติต่อผู้เรียนในทางลบ เช่น ด่าว่าตำหนิผู้เรียนว่าไม่ฉลาดหรือเข้าใจยาก…

read more

คำสอน “การให้ปัญญาผู้ใด คือ การปลุกผู้นั้น จากความฝัน มาสู่ความจริง” เราอาจกล่าวอีกหนึ่งความหมายสำหรับการให้ปัญญาแก่ผู้อื่นว่า….. การให้ปัญญาแก่ผู้ใด คือ การปลุกผู้นั้น จากความฝันหรือโลกของความไม่จริง มาสู่โลกของความจริง ดังนี้….. ผู้คนที่มักมีปัญหาและไม่มีความสุขในชีวิต มีสาเหตุมาจาก การไม่มองความจริง และไม่อยู่กับความจริง ซึ่งเมื่อเราไม่มองผู้คนและเหตุการณ์ตามความเป็นจริง และไม่อยู่กับความเป็นจริง เราก็จะคิดไม่ตรงกับความเป็นจริง พูดไม่ตรงกับความจริง ตัดสินความและปัญหาโดยไม่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง และก็จะทำสิ่งนั้นไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ในการมองเห็นความจริงนั้น สามารถมองเห็นได้ยาก เพราะความจริงเป็นสิ่งไม่น่ารื่นรมย์ ความจริงเป็นสิ่งเจ็บปวด ความจริงเป็นความทุกข์ ที่ทำให้เราและคนที่เรารักอาจถูกตำหนิติเตียน ถูกดูถูกดูแคลน ถูกกระทบตัวตนและผลประโยชน์ จึงทำให้เราอยากปกป้องตัวเองจากความจริง เพราะความไม่จริงอาจทำให้เรารู้สึกสบายใจ อาจทำให้เราหลบหลีกและรอดพ้นจากปัญหาและจากผู้อื่นได้ และอาจทำให้เรารักษาตัวตนและผลประโยชน์ของเราไว้ได้ ดังนั้น การมองความจริงจึงเป็นเรื่องยาก เพราะเราต้องก้าวข้ามตัวตน และการมองความจริงต้องใช้ปัญญา ซึ่งต้องมีความกล้าหาญและการยืนหยัดในความดีและความถูกต้องอย่างมั่นคง แต่หากเรากล้ามองความจริง ไม่เกรงกลัวความจริง กล้าเผชิญและกล้ายอมรับความจริง ที่เป็นทั้งความจริงที่ดีและความจริงที่ไม่ดี…

read more

คำสอน….. “ที่สุดของความฉลาดของสมอง คือ ความสามารถเอาความคิดที่ไม่ดีไม่มีประโยชน์ ออก และ เอาความคิดที่ดีมีประโยชน์ เข้า” ดังนี้….. ความฉลาดที่สุดของสมอง คือ ความสามารถในการเอาความคิดที่ไม่ดี ที่ไม่มีประโยชน์สาระ ออกไปได้ และ สามารถเอาความคิดที่ดี ที่มีสาระประโยชน์ เข้ามาได้ ต่อให้เราจะมีความฉลาดสักแค่ไหน จะมีความสามารถสักเพียงใด ที่เราอาจสามารถประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่าง ๆ หรือทำการงานต่าง ๆ ได้อย่างเก่งกาจช่ำชอง หรือประสบความสำเร็จได้อย่างมากมายก็จริง แต่หากเมื่อเราเจอปัญหาจากสิ่งต่าง ๆ และผู้คนรอบข้าง ที่ทำให้เราเกิดความทุกข์ใจ เสียใจ หดหู่ใจ เศร้าใจ ผิดหวัง เศร้า ว้าเหว่ โกรธแค้น ขุ่นเคือง ฯลฯ แต่่เราไม่สามารถที่จะลบล้างความคิดที่ทำให้เรามีความรู้สึกมีความทุกข์เหล่านี้ออกไปจากสมองได้ สมองของเราก็ยังไม่ได้ชื่อว่าเป็นสมองที่ฉลาดจริง และยิ่งไปกว่านั้น นอกจากสมองจะต้องสามารถลบล้างสิ่งที่ไม่ดีออกไปได้แล้ว สมองที่ฉลาดจริงยังจะต้องสามารถเอาความคิดที่ดีมีสาระประโยชน์…

read more
Skip to toolbar