Skip to toolbar

คำสอน

“หาก ไม่มี ปัญญา
ความรู้ อาจเป็น ปัญหา”

ดังนี้…..

นับเป็นเรื่องซับซ้อนลึกซึ้งยิ่ง สำหรับการศึกษาหาความรู้

ความรู้ คือ ข้อมูล ข่าวสาร ของสิ่งที่ได้ยิน ได้ฟัง ได้เห็น ได้อ่าน คือ การได้รับรู้ เรียนรู้ และได้นำมาคิด วิเคราะห์ สรุป ซึ่งอาจผ่านการสื่อสารถ่ายทอดจากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง จากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งความรู้ที่ได้รับตกทอดมาอาจเป็น ข้อมูลประสบการณ์ ข้อเท็จจริง การตีความ การสรุปความ การขยายความ ซึ่งอาจถูกต้อง อาจไม่ถูกต้อง หรืออาจถูกต้องในช่วงเวลาหนึ่งและก็ถูกพิสูจน์ว่าผิดในอีกช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งในเรื่องความรู้นี้ เป็นเรื่องที่มีการถกเถียงตลอดอายุขัยของมนุษยชาติว่า สิ่งใด คือ ความรู้จริง

ความรู้ เป็นข้อมูลจากการศึกษาค้นพบจากประสบการณ์ของมนุษย์เกี่ยวกับธรรมชาติ สิ่งต่าง ๆ รอบตัว สังคม ผู้คน และตัวเอง แล้วก็ได้นำเอาข้อมูลและประสบการณ์ที่ได้พบเห็นต่าง ๆ มาตั้งเป็นทฤษฎี หลักการ วิชาการ ภูมิปัญญา ฯลฯ เพื่อประโยชน์ในการนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต การประดิษฐ์คิดค้นวัตถุสิ่งของ การประกอบอาชีพการงาน การบริหารจัดการองค์กร การเมือง การปกครอง การพัฒนาสังคม ฯลฯ จึงเกิดเป็นศาสตร์วิชาความรู้ในสาขาต่าง ๆ อย่างมากมาย ที่อาจผ่านการพิสูจน์ ทดลอง วิจัย และยอมรับในแต่ละยุคสมัย เช่น วิทยาศาสตร์แขนงต่าง ๆ เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ฯลฯ หรืออาจเป็นความรู้ในเรื่องเทคนิควิธีการทำอาชีพการงาน เช่น การเกษตร การผลิต การอุตสาหกรรม คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี ศิลปะ วิศวกรรม ฯลฯ หรืออาจเป็นความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวหลักฐานในอดีต เช่น ประวัติศาสตร์ วรรณคดี หรืออาจเป็นข้อมูลความรู้เกี่ยวกับผู้คน ภาษา วัฒนธรรม ประเพณี เช่น สังคมศาสตร์ ภาษาศาสตร์ ฯลฯ หรืออาจรวมไปถึงความเชื่อและลัทธิ เช่น ลัทธิการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรืออาจเป็นความรู้ที่เป็นหลักการ ทฤษฎี ข้อสรุป เพื่อใช้เป็นหลักแนวทางในการบริหารมนุษย์และจัดระเบียบสังคม เช่น มนุษย์ศาสตร์ จิตศาสตร์ การศึกษา รัฐศาสตร์ การปกครอง ฯลฯ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ อีกมากมาย ที่มนุษย์ได้สร้างขึ้นมาเป็นกระแสความรู้ ซึ่งอาจเป็นทั้งที่เป็นจริงและไม่จริง ทั้งที่พิสูจน์ได้และพิสูจน์ไม่ได้ และทั้งที่เกิดจากเจตนาที่บริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์ ที่ถูกแฝงมาในรูปแบบของความรู้ต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้รับเกิดหลงเชื่อหรือสับสน และเกิดเป็นข้อสงสัยขัดแย้งว่า สิ่งใดถูกสิ่งใดผิด สิ่งใดจริงสิ่งใดไม่จริง สิ่งใดดีสิ่งใดไม่ดี เป็นต้น
และปัญหาสำคัญของการมีความขัดแย้งทางความรู้ คือ เมื่อทั้งสองฝ่าย ต่างต้องการเอาชนะกัน ด้วยการต้องการยืนยันว่าสิ่งที่ตนรู้นั้นถูกต้องกว่าดีกว่า และยิ่งสำหรับผู้ที่ยิ่งมีความรู้มาก ก็ยิ่งจะมีข้อโต้แย้งมาก

เมื่อเราเกิดมาบนโลก เราต้องดำรงชีวิตและทำงานหาเลี้ยงชีพเพื่อการอยู่รอด ความรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่มนุษย์ในแต่ละสังคมในแต่ละยุคแต่ละสมัย ได้กำหนดให้มีขึ้นและเป็นไป ซึ่งความรู้อาจมีความขัดแย้งอันเกิดจากตัวบุคคล ที่แต่ละบุคคล ต่างมีข้อมูล มีประสบการณ์ การเรียนรู้ ความคิด ความเข้าใจ การตีความ การสรุปความ การอ้างทฤษฎี การใช้หลักการ มีวิธีการ ฯลฯ ที่ไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกัน ไม่ตรงกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดา

แต่ หากผู้ใดมีความรู้ใด แต่ไม่มีปัญญา ความรู้นั้นก็จะกลายเป็นปัญหา อันอาจเกิดจากความต้องการที่จะ…..
ปกป้องความรู้ของตัวเอง อวดภูมิความรู้ของตัวเอง แข่งขันประชันความรู้กับผู้อื่น หรือแม้แต่หวงหรือปิดกั้นความรู้เพื่อประโยชน์ส่วนตนแต่ฝ่ายเดียว และในกรณีหนักที่สุดคือ เอาความรู้ของตนหาผลประโยชน์จากผู้อื่น หรือความรู้ที่ตนมีไปทำลายผู้อื่น เป็นต้น

ความรู้และสิ่งที่รู้ ที่นำไปสู่ความคิดเห็นและความเข้าใจของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกันออกไปนั้น หากไม่ถูกกำกับด้วยปัญญา ก็จะทำให้เกิดเป็นปัญหาได้อย่างง่ายดาย นับตั้งแต่การโต้แย้งถกเถียงในสิ่งที่ตัวเองรู้เกี่ยวกับข้อมูล วิธีการ หลักการ ในเรื่องเล็กน้อยในระดับเพื่อนฝูง ไปจนถึงการขัดแย้งทางลัทธิ สังคม การเมือง ในระดับประเทศ ไปจนกระทั่งถึงความแตกแยกทางเชื้อชาติ ศาสนาในระดับโลก
และความขัดแย้งในความรู้หรือสิ่งที่ตนรู้นี้ อาจสามารถทำลายแม้แต่ความสัมพันธ์ของคนรักหรือคนในครอบครัวเดียวกัน

ต่อ………………

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *