Skip to toolbar

คำสอน

“คนดี = ไม่เป็นคนพาล คนเก่ง = หลบคนพาลเป็น”

ดังนี้…..

คนดี คือ คนที่ไม่เป็นคนพาลใน 3 รูปแบบ

1. ทำร้ายผู้อื่นทางการกระทำ เช่น ละเมิดร่างกายผู้อื่น ละเมิดสิทธิและทรัพย์สินผู้อื่น
2. ทำร้ายผู้อื่นทางวาจาคำพูด เช่น พูดด่าว่าผู้อื่นด้วยคำหยาบ พูดดูถูกเสียดสี พูดนินทาให้ร้ายผู้อื่น เป็นต้น
3. ทำร้ายผู้อื่นด้วยการใส่อคติหรือความคิดไม่ดีของตน เช่น ชักจูงผู้อื่นให้เข้าใจคนอื่นผิดเหมือนตน ชักนำให้ผู้อื่นเห็นผิดเหมือนตน โน้มน้าวให้ผู้อื่นกระทำผิดเหมือนตน

คนเก่ง คือ คนที่สามารถหลบพ้นจากคนพาลทั้ง 3 ประเภทข้างต้นได้ด้วยปัญญา

1. ระมัดระวังป้องกันตนจากคนพาลประเภทเกเรอันธพาล ไม่ให้คนพาลมีโอกาสทำร้ายเรา หากถูกคนพาลทำร้าย ไม่ตอบโต้กลับด้วยความพาล แต่จงอดทนอดกลั้น โดยอาจออกห่างและให้อภัยคนพาลโดยที่เราไม่เสียหาย หรืออาจจัดการคนพาลด้วยวิธีที่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อสกัดกั้นไม่ให้คนพาลได้มีโอกาสทำร้ายเราหรือผู้ใดอีก

2. ไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนพาลที่มีวาจาคำพูดไม่ดี หากถูกคนพาลพูดให้ร้ายทั้งต่อหน้าหรือลับหลัง ไม่ให้ถือสาหาความกับคำพูดที่ไม่ดีของคนพาล โดยเราอาจแก้ไขด้วยการพูดให้คนพาลเข้าใจ แต่หากเขาไม่ยอมรับ จงปล่อยเขาไป และอย่ายอมให้คนพาลมีอิทธิพลเหนือความคิดจิตใจเรา แต่จงพลิกคำพูดที่ให้โทษมาเป็นประโยชน์แทน ด้วยการพัฒนาตัวเราให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

3. หลีกเลี่ยงคนพาลที่มีความคิดเป็นมิจฉาทิฏฐิ คนพาลประเภทนี้มองเห็นได้ยาก ต้องใช้ปัญญาของเราสอดส่อง เราต้องไตร่ตรองและมองให้ออกถึงเจตนาความคิดของคนพาล อย่ายอมตกเป็นเหยื่อของคนพาล ด้วยการถูกป้อนอคติหรือทัศนคติที่ไม่ดี ให้เรารักษาความดีและความเห็นถูกของเราไว้ อย่ายอมให้คนพาลชักจูงเราให้เข้าใจผู้อื่นในทางไม่ดี หรือขัดขวางหนทางสู่ความเจริญ เพราะหากเราพลาด เราก็จะมีความคิดและชีวิตที่ตกต่ำเหมือนคนพาล.

ฉะนั้น เราเป็นคนดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็นคนเก่งด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *