Skip to toolbar

วันที่ 141
หลักธรรมความคิด:
ผู้ที่มีความคิดเกลียดชังผู้อื่น โดยมากมักไม่ได้เกิดมาจากความคิดชั่ววูบฉับพลัน แต่เป็นความคิดและความรู้สึกที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นมา จากความไม่ชอบใจ ไม่พอใจ หรือความโกรธ ที่ค่อย ๆ สะสมเป็นความเกลียดในที่สุด ดังนั้น การละทิ้งจากความเกลียด จึงต้องใช้ความคิดพินิจพิจารณาทบทวนความจริงให้มาก เพื่อให้เกิดปัญญาทางธรรม ลบล้างความคิดเห็นเดิมที่ผิดออกไป
1. ผู้ที่มีความคิดเกลียดชังผู้อื่น จะต้องทำความเข้าใจใหม่ ให้ถูกต้องตรงตามหลักธรรมว่า การที่เราคิดเกลียดชังผู้อื่น ด้วยเห็นว่าผู้อื่นมีสิ่งที่น่ารังเกียจนั้น แท้ที่จริงแล้ว ผู้ที่น่าเกลียดหรือน่ารังเกียจกว่า กลับกลายเป็น ตัวเอง ที่เป็นผู้ที่มีความเกลียดชังต่อคนอื่น เพราะผู้ที่มีความคิดเกลียดชังผู้อื่น ในความเป็นจริงแล้ว คือ ผู้ที่มีจิตใจที่ไม่สะอาดบริสุทธิ์ จิตมีมลทิน ถูกปนเปื้อนด้วยอคติและความคิดที่ไม่ดี ไม่มีจิตใจของความมีเมตตา ไม่คิดเข้าใจผู้อื่นตามธรรมชาติหรือในสภาวะที่เขาเป็นอยู่ ไม่มองผู้อื่นด้วยความสงสารเห็นใจ แต่กลับเอาความชอบใจหรือไม่ชอบใจส่วนตน เป็นมาตรฐานในการวัดค่าและตัดสินผู้อื่นด้วยอคติ ว่าดีหรือไม่ดีตามความคิดเห็นของตัวเอง โดยยกตัวเองขึ้นมาเหนือผู้อื่น และแบ่งแยกผู้อื่นออกจากตน ด้วยการแสดงตนหรือมีความคิดว่า ตนนั้นมีสิ่งพิเศษกว่าผู้อื่น โดยใช้มาตรฐานความดี ที่มีความชอบใจพอใจส่วนตนเป็นที่ตั้ง ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่เข้าใจผิดอย่างถนัด เพราะความดีในความเข้าใจที่ถูกต้อง คือ ความรักและเข้าใจในผู้อื่น ไม่ใช่ความเกลียดชัง
…..

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *