วันที่ 15 การอยู่: การกระทำ – ที่มาของการเกิดเคราะห์กรรม อาจจะเป็นการเจ็บป่วยกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุฉุกเฉิน หรือประสบอุบัติภัยฉับพลัน โดยที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน ล้วนแล้วแต่เป็นผลของการกระทำของเราทั้งสิ้น แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมและป้องกันเคราะห์กรรมทั้งหลายที่อาจเกิดขึ้น ด้วยการกระทำของเราเอง โดยการทำความดี ดังนี้: กระทำถูก หมายถึง ไม่ทำผิดต่อชีวิตผู้อื่นหรือสัตว์อื่น ด้วยการไม่กลั่นแกล้ง รังแก ฆ่า ฯลฯ อันจะทำให้เราไม่ประสบกับความทุกข์กาย กระทำดี หมายถึง ให้ความรัก ความเมตตา ความสงสาร ช่วยเหลือคนและสัตว์ที่ได้รับความทุกข์ยากลำบาก อันจะทำให้เราหายจากความทุกข์กาย และพบกับความสุขกาย.

read more

วันที่ 14 การอยู่: มนุษย์ต้องใช้สติปัญญาขั้นสูง ที่ไม่ยึดถือความคิดอันอคติหรือเข้าข้างตัวเอง เพียงเพราะความต้องการส่วนตนหรือความสะดวกสบายส่วนตัว จึงจะสามารถสัมผัสสัจธรรมของกฎแห่งกรรมนี้ได้ ซึ่งการตระหนักสำนึกในกฎแห่งกรรม จะเป็นแนวทางให้มนุษย์ดำเนินชีวิตของตนอย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันเคราะห์กรรมที่ถูกขับเคลื่อน ภายใต้การทำงานของกฎแห่งกรรมทั้งหมดอย่างเที่ยงตรงแม่นยำ ส่วนมนุษย์ผู้ที่เข้าไม่ถึงสัจธรรมข้อนี้ จะมีชีวิตที่ตกอยู่ในความเสี่ยงอันตราย เพราะอาจประพฤติปฏิบัติตนผิดทาง จนเกิดการกระทบกระทั่ง ทำความเดือดร้อนเสียหายให้กับผู้อื่น แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้การกระทำที่ไม่ดีทั้งหลาย อาจส่งผลกระทบให้โทษกับผู้อื่นก็ตาม แต่แท้ที่จริง การกระทำที่ไม่ดีต่อผู้อื่นทั้งหมด เป็นการทำลายล้างผลาญตนเองในที่สุด เมื่อผลของกรรมเหล่านั้นตกมาถึงตน โดยผลที่ตนได้รับทั้งหมด ล้วนตั้งอยู่บนความเหมาะเจาะลงตัว และสมควรแก่เหตุเสมอ อย่างมิต้องมีความลังเลสงสัยใด ๆ.

read more

วันที่ 13 การอยู่: ส่วนหนึ่งของความทุกข์ทางกายคือ ความทุกข์จากโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้น อันมีสาเหตุจากการที่เราสะสมสิ่งมีพิษเข้าสู่ร่างกาย ผ่านการกินเป็นระยะเวลาหนึ่ง จนกระทั่งถึงจุดอิ่มตัวที่ร่างกายไม่สามารถรับได้ และภูมิคุ้มกันของเราก็มิอาจปกป้องร่างกายได้อีกต่อไป เราจึงมีปัญหาสุขภาพและเกิดการเจ็บป่วยขึ้น อีกส่วนหนึ่งของความทุกข์ทางกาย เป็นความทุกข์ที่เกิดขึ้นจากผลของการกระทำของเราเอง ที่เรียกว่าเคราะห์กรรม ซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยกฎธรรมชาติข้อสำคัญที่มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่อาจล่วงรู้ หรือหากรู้แต่อาจรู้ไม่ลึกซึ้งชัดเจน กฎธรรมชาติข้อสำคัญที่กล่าวนี้ คือ “กฎแห่งกรรม” และคำอธิบายของกฎแห่งกรรม คือ “เราทำเหตุไว้เช่นไร เราก็จะได้รับผลเช่นนั้น” หรือ “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” นั่นเอง.

read more

วันที่ 12 การอยู่: (ต่อจากวันที่ 11) การที่เราปฏิบัติเรื่องการกิน ด้วยการกินให้ถูกต้องและกินในปริมาณที่น้อย (ตามข้อมูลก่อนหน้าเรื่อง การกิน: วันที่ 1 ถึง วันที่ 50) เราจะไม่มีการสร้างเหตุแห่งโรคภัย ทำให้เราสามารถป้องกันการเจ็บไข้ได้ป่วยที่เกิดขึ้นก่อนเราครบอายุขัยในวัยชรา ด้วยโรคชราตามความเสื่อมสังขารของร่างกาย ไม่ใช่เป็นการเจ็บป่วยเพราะมีโรคภัยร้ายแรงต่าง ๆ รุมเร้า อาทิเช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคอัมพฤกษ์อัมพาต โรคมะเร็ง ฯลฯ.

read more

วันที่ 11 การอยู่: (ต่อจากวันที่ 10) กินให้น้อย หมายถึง จำกัดปริมาณอาหารให้ไม่เกินความสามารถในการเผาผลาญอาหารของร่างกายเรา ที่ทำให้เกิดการสะสมเป็นไขมันส่วนเกิน ซึ่งนอกจากไขมันส่วนเกินจะทำให้รูปร่างเราไม่สวยแล้ว ยังเป็นผลเสียอย่างมากต่อร่างกายเรา เพราะเลือดที่มีไขมันเกินเป็นเลือดที่ขุ่นข้น ไม่สามารถไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกายได้ตามปกติ และไขมันส่วนเกินก็ยังไปเกาะจับที่ผนังเส้นเลือด และสะสมก่อตัวที่อวัยวะต่าง ๆ ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายผิดเพี้ยนและขัดข้อง เกิดภาวะโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ตามมามากมาย…

read more

วันที่ 10 การอยู่: การกิน – ที่มาของโรคภัยที่เกิดขึ้น เพราะการสะสมของสิ่งผิดในร่างกาย ซึ่งเราสามารถปฏิบัติเพื่อป้องกันได้ด้วยการ: กินให้ถูก หมายถึง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ งดเว้นสิ่งให้โทษ ดังนี้ • หลีกเลี่ยงจากเนื้อสัตว์ทุกประเภท ไข่ และนม • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนประกอบของแป้ง ไขมัน และน้ำตาลสูง เช่น ของทอด อาหารมัน ขนมหวาน อาหารและเครื่องดื่มที่ปรุงรสหวานมาก โดยเฉพาะน้ำอัดลมและน้ำหวานที่ไม่ให้ประโยชน์ • หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป เช่น อาหารกระป๋อง ของหมักดอง ของเชื่อม ฯลฯ • หันมารับประทานพืช ผัก และผลไม้ที่ไม่มีรสหวานจัด และคงรูปแบบเดิมตามธรรมชาติให้มากที่สุด เช่น เลือกทานข้าวกล้องและขนมปังโฮลวีทก่อนข้าวขาวและแป้งขัดสี เลือกทานกล้วยสดก่อนกล้วยบวชชี…

read more

วันที่ 9 การอยู่: เราสามารถป้องกันความทุกข์ทางกายต่าง ๆ ทั้งหลาย ไม่ให้เกิดขึ้น ด้วยการไม่สร้างเหตุที่มาของความทุกข์แห่งสิ่งเหล่านั้น คือ ไม่สร้างเหตุแห่งการเกิดโรคภัย 2. ไม่สร้างเหตุแห่งการเกิดเคราะห์กรรม มีสิ่ง 2 สิ่ง ที่คนส่วนมากยังไม่รู้ แต่จำเป็นต้องรู้ นั่นคือ “ที่มาของโรคภัย คือ การกิน และ ที่มาของเคราะห์กรรม คือ การกระทำ ทั้งหมดของเรานั่นเอง”.  

read more

วันที่ 8 การอยู่: ตัวเราเองนั่นแหละ ที่เป็นผู้กำหนดความทุกข์กายทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับเรา เพราะเราเป็นผู้สร้างเหตุต่าง ๆ ไว้ เมื่อเหตุถึงคราวส่งผล ผลก็ตกมาถึงเรา และเราก็ต้องมารับผลจากการกระทำของตัวเอง ความทุกข์ทุกอย่างที่เราประสบพบเจอในชีวิตล้วนแล้วแต่มาจากการกระทำของเราทั้งสิ้น ซึ่งมีเหตุมาจาก เรารู้แล้ว แต่ก็ยังทำ เรียกว่า ทำด้วยความประมาท หรือ ไม่รู้จักประมาณตนเอง 2. การที่เราไม่รู้ จึงทำ เรียกว่า รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้น แนวทางในการป้องกันปัญหาที่นำมาสู่ความทุกข์ คือ ข้อหนึ่ง เราต้องคิดทบทวนถึงผลที่อาจเกิดขึ้นให้ดีก่อนทำ ไม่ประมาทชะล่าใจ ไม่ตั้งตนในความเสี่ยง ต้องรู้จักข้อจำกัดและขีดจำกัดของตัวเรา รู้จักประมาณตน ไม่ทำสิ่งใดเกินความสามารถของตัวเอง ข้อสอง คือ เราจะต้องหมั่นขวนขวายเรียนรู้ถึงความเป็นจริง และศึกษาเหตุต้นตอของปัญหา และใช้ปัญญาในการคิดวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ถึงสาเหตุของปัญหาความทุกข์นั้น ๆ เราต้องไม่ปฏิเสธความรู้เพราะสิ่งนั้นขัดแย้งกับตัวเรา หากเรามีความคลางแคลงใจ…

read more

วันที่ 7 การอยู่: ความทุกข์ทางกายที่เกิดขึ้นกับตัวเรา อันนำไปสู่ความทุกข์ทางใจ ทั้งที่เราอาจรู้หรือไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้นั้น มาในรูปแบบต่าง ๆ กัน ดังนี้เป็นต้น โรคภัยไข้เจ็บ – การเจ็บป่วยจากโรคภัยต่าง ๆ เนื่องจากระบบอวัยวะการทำงานของร่างกายมีปัญหา หรือภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่อง อุบัติเหตุ – การประสบอุบัติเหตุที่ส่งผลทำให้ร่างกายเจ็บป่วยกะทันหัน เช่น สะดุดหกล้ม ถูกกระแทกด้วยสิ่งของหรือคน ถูกสิ่งของหล่นใส่ทับ พลัดตกจากที่สูง หรือประสบอุบัติเหตุทางยานพาหนะ เช่น รถชน เครื่องบินตก เรือล่ม ฯลฯ อุบัติภัย – การประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น พายุถล่ม แผ่นดินไหว น้ำท่วม ภัยแล้ง หรือการประสบวินาศภัยที่คนก่อขึ้น เช่น ระเบิด เพลิงไหม้…

read more

วันที่ 6 การอยู่: และเบื้องหลังสาเหตุของการเกิดความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวง ก็คือ การกระทำของตัวเราทั้งหมดทั้งสิ้น หรือจะกล่าวเน้นย้ำให้เข้าใจชัดเจน ก็คือ ตัวเราเองนั่นแหละ ที่เป็นต้นเหตุของการเกิดความทุกข์ทั้งหมด หามิใช่ใครอื่นใดหรือสิ่งอื่นใดไหนเลย.

read more
Skip to toolbar