Skip to toolbar

วันที่ 50 การกิน: การจำกัดอาหารตามแนวเบญจธรรมชาติ ที่คือ การไม่กินผิดและการไม่กินเกิน จะทำให้เกิดผลของการเข้าถึงสัจธรรมความจริงของชีวิตได้ง่ายขึ้น ลำดับขั้นตอนของการปฏิบัติธรรมตามแนวคำสอนของพระพุทธเจ้า คือ ศีล ทาน สมาธิ ปัญญา ในทางความรู้สึกนึกคิด ผู้ปฏิบัติที่ละเว้นจากการกินเนื้อสัตว์ จะเกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง ที่ไม่เบียดเบียนชีวิตและเลือดเนื้อของผู้อื่น ในทางสัจธรรม ผู้ปฏิบัติได้ทำศีลข้อหนึ่ง ที่ละเว้นจากการกินเนื้อสัตว์ ควบคู่กับการไม่ฆ่าสัตว์และรังแกสัตว์ที่ปฏิบัติมาดีแล้ว ให้ขาวสะอาดหมดจดไร้มลทินมากขึ้น จึงทำให้ศีลซึ่งเป็นพื้นฐานของปฏิบัติธรรมสะอาดสมบูรณ์ ทำให้สามารถส่งผลต่อการปฏิบัติธรรมขั้นต่อมาให้ได้บรรลุผลง่ายขึ้น.

read more

วันที่ 49 การกิน: การกินอาหารตามแนวเบญจธรรมชาติเป็นการเสริมสร้างบุญบารมีให้กับตัวเอง เพราะเราจำกัดตัวเองใน 3 สิ่ง คือ 1. จำกัดประเภทของอาหารให้หลากหลายน้อยลง ซึ่งเหลือเพียงแต่พืชผักผลไม้ตามธรรมชาติเท่านั้น 2. ลดการปรุงแต่งหรือการปรุงรสชาติของอาหารให้มีความเอร็ดอร่อยน้อยลง 3. ลดปริมาณการกินอาหารให้น้อยลง เมื่อเราจำกัดอาหารตามที่กล่าวนี้ เราก็จะลดความอยากหรือกิเลสเรื่องการกินให้เบาบางลงด้วย เมื่อความอยากในเรื่องการกินน้อยลง เราก็จะมีการปล่อยวางทางใจสูงขึ้น และเมื่อเราปล่อยวางทางใจมากขึ้น จิตของเราก็จะถูกยกระดับให้สูงขึ้น.

read more

วันที่ 48 การกิน: การกินอาหารตามแนวเบญจธรรมชาตินั้นไม่มีอะไรสลับซับซ้อน เราเพียงแค่ใช้วิจารณญาณเพียงว่า อาหารนั้นไม่ใช่เนื้อสัตว์หรือไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และเป็นอาหารที่เป็นพืชผักผลไม้ที่มีอยู่ทั่วไปตามธรรมชาติ ซึ่งหามาได้โดยง่าย ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูปหรือแปรรูปน้อยที่สุด มีความเรียบง่ายไม่วุ่นวายในการจัดเตรียม และราคาย่อมเยา นอกจากนี้ ในการกินเพื่อรักษาสุขภาพ เราไม่หลงเชื่อไปกับกระแสนิยมหรือการโฆษณาชวนเชื่อต่าง ๆ ที่สนับสนุนรับรองว่าผลิตภัณฑ์หรือวัตถุดิบใด ๆ ดีต่อสุขภาพ เช่น อาหารเสริม สมุนไพร ฯลฯ เพราะของเสริมเหล่านี้ไม่ใช่วิถีชีวิตของการกินอาหารของเรา และการกินเสริมไม่ได้ทำให้เราหายจากโรคภัย แต่เราจะหายจากโรคภัยได้จากการกินถูกต้องและการกินน้อยลงเท่านั้น.

read more

วันที่ 47 การกิน: หากเราไม่จำกัดอาหารตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ในขณะที่ยังไม่มีโรคภัยไข้เจ็บบังเกิดขึ้น แต่รอจนถึงวันที่โรคภัยไข้เจ็บมาเยือนแล้ว เราอาจจะพบกับคำว่าสายเกินไป ดังนั้น วันนี้เราจึงควรตั้งอยู่ในความไม่ประมาท และจงเปลี่ยนแปลงการกินตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเถิด ก่อนที่จะพบกับคำว่า “เสียดาย”.  

read more

วันที่ 45 การกิน: เคล็ดลับสำคัญของความหล่อสวย รูปร่างและสุขภาพดี ไม่ใช่อยู่ที่อาหารเสริม หรือเครื่องสำอาง หรือศูนย์สุขภาพ หรือศูนย์ลดน้ำหนัก หรือสิ่งอื่นใด แต่อยู่ที่การกินของเรา ซึ่งมีผลถึง 90% “แค่เปลี่ยนอาหาร ทุกสิ่งอย่างก็เปลี่ยนไป.” “We are what we eat.” “เราเป็นไปตามสิ่งที่เรากินเข้าไป”.

read more

วันที่ 44 การกิน:สาเหตุที่ทำให้สุขภาพร่างกายและหน้าตาผิวพรรณของเรามีปัญหา คือ การกินผิด และการกินเกิน การกินผิด คือ การกินเนื้อสัตว์และอาหารแปรรูปต่าง ๆ ที่มาในรูปของ แป้งขัดขาว ไขมัน น้ำตาล สารปรุงแต่ง สารสกัด และสารเคมีต่าง ๆ การกินเกิน คือ การกินในปริมาณที่มากเกินไป เกินกว่าความจำเป็นของร่างกายจนเกิดการสะสมและให้โทษกับสุขภาพของเราในที่สุด ดังนั้น เราจึงต้องตระหนักและระมัดระวังของที่เราเอาเข้าปากทั้งหลายทั้งหลายทั้งสิ้น.

read more

วันที่ 43 การกิน: สรุปหลักการรับประทานแนวเบญจธรรมชาติ คือ การรับประทานพืชผักผลไม้ที่อยู่ในรูปแบบธรรมชาติหรือใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ดังนี้ 1. รับประทานข้าวกล้องและขนมปังที่ทำจากแป้งโฮลวีทหรือแป้งไม่ขัดขาว 2. ลดปริมาณการรับประทานอาหารประเภทแป้งให้น้อยลง 3. ตัดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลทั้งหลาย และ เครื่องดื่มต่าง ๆ ออก 4. ไม่รับประทานไข่และผลิตภัณฑ์จากไข่ 5. ไม่รับประทานนมและผลิตภัณฑ์จากนม 6. หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและอาหารปรุงแต่งต่าง ๆ 7. หลีกเลี่ยงอาหารบรรจุภัณฑ์ 8. หลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน 9. หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม 10. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง 11. รับประทานผักผลไม้สดโดยหลีกเลี่ยงการผ่านความร้อนหากทำได้ 12. รับประทานผักผลไม้สดที่ไม่ผ่านขั้นตอนการยืดอายุ หากเราปฏิบัติเช่นนี้ได้ เราก็จะพบกับสุขภาพร่างกายที่ดี หน้าตาผิวพรรณดี รูปร่างดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และมีอายุขัยที่ยืนยาว.

read more

วันที่ 42 การกิน: 12. รับประทานผักผลไม้สดที่ไม่ผ่านขั้นตอนการยืดอายุ การยืดอายุผักผลไม้เป็นการทำเพื่อถนอมผักผลไม้ไว้ให้อยู่ได้นานหรือเพื่อเพิ่มความอร่อย เช่น การตากแห้ง การหมัก ดอง แช่อิ่ม หรือเชื่อม ฯลฯ ผักผลไม้ที่ถูกยืดอายุก็จัดว่าเป็นอาหารที่ตายแล้วเช่นกัน เพราะได้สูญเสียคุณค่าทางสารอาหารบางส่วนไปแล้ว หากเรารับประทานผักผลไม้สดที่ผ่านการยืดอายุ นอกจากจะไม่มีประโยชน์กับร่างกายเท่าที่ควรแล้ว เรายังจะได้สิ่งให้โทษและสิ่งปนเปื้อนจากสารที่ใช้ผสมในอาหารด้วย ซึ่งอาจเป็นทางตรงและทางผลข้างเคียงได้ เช่น เราจะได้รับเกลือ น้ำตาล หรือน้ำส้มสายชู ที่ใช้ผสมในผักผลไม้ดองเค็ม หวาน เปรี้ยว ต่าง ๆ ที่ให้โทษกับร่างกายในระยะยาว ส่วนผลกระทบข้างเคียงได้แก่ ขั้นตอนการทำที่ไม่สะอาด เช่น เราอาจได้รับเชื้อราหรือแบคทีเรียซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพหากรับประทานเข้าไป เป็นต้นว่า เกิดโรคอาหารเป็นพิษหรือโรคท้องร่วงได้ ดังนั้น เราจึงควรหลีกเลี่ยงผักผลไม้ประเภทหมักดองแช่อิ่มเหล่านี้ เพื่อลดปริมาณการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ใช้หมักดอง เช่น เกลือ น้ำตาล เข้าร่างกาย…

read more

วันที่ 41 การกิน: 11. รับประทานผักผลไม้สดโดยหลีกเลี่ยงการผ่านความร้อนหากทำได้ ผักผลไม้ที่สด เป็นอาหารที่มีชีวิต เมื่อรับประทานจะทำให้เรากระชุ่มกระชวย กระปรี้กระเปร่าแจ่มใส หากผักผลไม้ถูกผ่านความร้อน ก็จะเป็นอาหารที่ตายแล้ว เพราะสารอาหารและเอนไซม์บางชนิดจะถูกฆ่าทำลายไป ทำให้เราไม่ได้รับประโยชน์จากอาหารที่เรารับประทานเข้าไปเท่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น หากเราเลือกได้ เราควรจะเลือกทานผักผลไม้ที่สดก่อน เช่น เลือกทานผลไม้สด เช่น มะม่วงสด แทนมะม่วงกวน เป็นต้น หรือเลือกทานกล้วยสด แทน กล้วยย่าง กล้วยปิ้ง หรือกล้วยต้ม เช่น กล้วยบวชชี และกล้วยเชื่อม เป็นต้น และเลือกทานผักสด เช่น สลัดผัก ผักน้ำพริก แทน ผักต้ม ผักผัด เป็นต้น พืชผักผลไม้ให้ประโยชน์ทางคุณค่าสารอาหารกับร่างกายมากและครบทุกหมู่ แต่ในบางชนิดที่เราสามารถรับประทานสดได้ให้เราเลือกรับประทานชนิดสดก่อน เพื่อรักษาประโยชน์คุณค่าของสารอาหารที่มีต่อร่างกายให้ได้มากที่สุด…

read more

วันที่ 40 การกิน: 10. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เราได้รับอาหารที่มีไขมันสูงจากสองขั้นตอน คือ จากการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงโดยตรงเช่น กะทิ น้ำมันพืชชนิดต่าง ๆ มาร์การีน ถั่วบางชนิด เช่นถั่วลิสง ฯลฯ และจากขั้นตอนการประกอบอาหารที่เราเติมไขมันเพิ่มเข้าไป เช่น การทอด ผัด คั่ว ต้ม ตุ๋น แกง ฯลฯ การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเป็นอันตรายสำหรับร่างกายเป็นอย่างยิ่ง ไขมันที่สูงทำให้ร่างกายมีภาวะเลือดข้น ซึ่งเลือดไม่สามารถขับเคลื่อนหมุนเวียนไปเลี้ยงเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกายได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ไขมันที่ข้นในกระแสเลือดจะตกตะกอนและเกาะผนังหลอดเลือดทำให้เกิดภาวะโรคไขมันในหลอดเลือดสูง เช่น โรคไขมันหลอดเลือดสมอง และโรคไขมันหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งมีอันตรายอย่างร้ายแรงหากเกิดภาวะอุดตันและตีบขึ้น ไขมันในเส้นเลือดสมองตีบทำให้เซลล์สมองบางส่วนขาดเลือด เป็นเหตุเกิดโรคอัมพฤกษ์อัมพาต หรือหากลุกลามทั้งหมดจะเกิดภาวะสมองตายถึงแก่ชีวิตได้ ไขมันในเส้นเลือดหัวใจตีบเป็นเหตุให้หัวใจขาดเลือด และอาจถึงขั้นร้ายแรงที่ทำให้หัวใจทำงานล้มเหลวและหัวใจวายถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน นอกจากนั้นไขมันส่วนเกินที่เกิดการสะสมและเกาะกุมตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น…

read more