Skip to toolbar

วันที่ 31 การกิน: หลังจากที่เราได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ด้านสุขภาพของการรับประทานอาหารแนวเบญจธรรมชาติแล้ว ขอให้เราลองเริ่มปฏิบัติกันจริง ๆในแต่ละข้อ ตามที่แนะนำ ดังนี้ คือ 1. รับประทานข้าวกล้องและขนมปังที่ทำจากแป้งโฮลวีทหรือแป้งไม่ขัดขาว ให้เราเปลี่ยนจากการรับประทานข้าวขาวมาเป็นข้าวกล้อง และเปลี่ยนจากขนมปังขาวมาเป็นขนมปังโฮลวีทแทน เพราะในข้าวกล้องหรือแป้งไม่ขัดสีจะยังมีไฟเบอร์หรือเส้นใยอาหาร และสารอาหารอยู่อย่างครบถ้วน ซึ่งหากเรารับประทานข้าวกล้องและข้าวขาวในปริมาตรที่เท่ากันก็จริง แต่สิ่งที่เราได้รับเข้าร่างกายจะแตกต่างกัน คือ ในข้าวกล้องเราจะได้รับเส้นใยอาหารและสารอาหาร คือ แร่ธาตุและวิตามิน มากกว่าข้าวขาว และอีกทั้งเส้นใยอาหารจากข้าวกล้องหรือแป้งไม่ขัดสีนั้น จะถูกขับถ่ายออกจากร่างกายมากกว่ากรณีรับประทานข้าวขาวหรือแป้งขัดสี ทำให้เราสามารถขับสารพิษออกจากร่างกายได้ดีกว่า และมีภาวะไขมันสะสมน้อยกว่าหรืออ้วนได้ยากกว่าการรับประทานข้าวขาวหรือแป้งขัดสี

read more

วันที่ 30 การกิน: การปฏิบัติตามแนวอาหารเบญจธรรมชาติทำให้เราปลอดจากภาวะอาการเจ็บปวดตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย การกินอาหารตามแนวเบญจธรรมชาติ ทำให้เลือดของเราใสสะอาด ส่งผลให้การหมุนเวียนของเลือดของเราดี ดังนี้ 1. การไม่กินเนื้อสัตว์ ทำให้เลือดปลอดจากของเสียและของเน่าเหม็น 2. การหลีกเลี่ยงของปรุงแต่ง ทำให้เลือดปลอดจากสารพิษปนเปื้อน 3. การหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้งขัดขาว ลดอาหารประเภทไขมัน งดของหวานและน้ำหวาน ลดอาหารรสเค็ม ทำให้เลือดไม่ขุ่นข้นเหนียวหนืด เมื่อเรากินอาหารปลอดเนื้อสัตว์และเน้นอาหารประเภทพืชผักผลไม้ในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาติ ร่างกายของเราก็จะปลอดจากของเสียของเน่าเหม็นและสิ่งมีพิษ เลือดของเราจะใสสะอาดบริสุทธิ์ เมื่อเลือดของเราใส จึงถูกสูบฉีดและถูกขับเคลื่อนให้ไปเลี้ยงตามเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกายได้โดยง่ายดายจนกระทั่งถึงส่วนปลายประสาทได้อย่างไหลลื่น ทำให้เซลล์ต่าง ๆ ทั้งหมดได้รับออกซิเจนและสารอาหารจากเลือดได้อย่างทั่วถึง และอีกทั้งของเสียในเลือดที่ผ่านกระบวนการเผาผลาญแล้วก็สามารถถูกขับออกและส่งกลับไปฟอกใหม่เพื่อการหมุนเวียนกลับมาได้อย่างง่ายดายเช่นกัน เมื่อระบบการหมุนเวียนของเลือดทั้งขาส่งเข้าและขาขับออกมีความโปร่งโล่งสบายไม่ติดขัด เซลล์ต่าง ๆ และอวัยวะต่าง ๆ จึงสามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติ เมื่ออวัยวะต่าง ๆ ไม่มีปัญหา…

read more

วันที่ 29 การกิน: การที่เราปฏิบัติเรื่องการกินอาหารแนวเบญจธรรมชาติทำให้เราลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานได้เช่นกัน โรคเบาหวานเกิดจากการที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงสะสมเป็นเวลานาน เพราะฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งใช้ในการควบคุมการใช้น้ำตาลของร่างกายมีปริมาณไม่สมดุล อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ถูกสร้างขึ้นจากตับอ่อน ฮอร์โมนอินซูลินนี้มีหน้าที่เข้าไปจับน้ำตาลกลูโคสในเลือดเพื่อนำพาน้ำตาลไปเลี้ยงเซลล์เนื้อเยื่อในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แต่ในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินเพียงพอตามที่ร่างกายต้องการในการนำพาน้ำตาลไปเซลล์ส่วนต่าง ๆ ได้ ส่งผลให้มีน้ำตาลเหลือตกค้างในกระแสเลือด เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เป็นที่มาของโรคเบาหวาน และหากปล่อยไว้ในระยะยาว ไม่ได้ทำการควบคุมรักษา ภาวะน้ำตาลในเลือดที่สูงนี้จะทำลายหลอดเลือด และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงหลายอย่าง เช่น อาการแทรกซ้อนทางสายตาที่ผู้ป่วยอาจสูญเสียการมองเห็น ภาวะแทรกซ้อนทางไตซึ่งผู้ป่วยอาจเสียชีวิตได้ ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคของหลอดเลือดส่วนปลาย และแผลเรื้อรังจากเบาหวาน ซึ่งส่งผลร้ายแรงต่อชีวิต โรคเบาหวานมี 2 ประเภทหลัก ๆ ในเบาหวานประเภทที่ 1 มีสาเหตุมาจากภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วัยเด็ก แต่อีกประมาณ 90%…

read more

วันที่ 28 การกิน: การกินอาหารแนวเบญจธรรมชาติสามารถป้องกันเราให้ปลอดจากความเสี่ยงในการเป็นโรคเก๊าท์ได้เช่นกัน โรคเก๊าท์ (Gout) มีสาเหตุมาจากการที่เรากินอาหารที่มีสารพิวรีนมากเกินไป ซึ่งสารพิวรีนเป็นสารที่ก่อให้เกิดกรดยูริคในเลือด เมื่อกรดยูริคถูกสะสมในกระแสเลือดเป็นเวลานาน จะเกิดการตกตะกอนเป็นผลึกเกลือยูเรต แล้วไปยึดเกาะตามกระดูก ข้อต่อต่าง ๆ เนื้อเยื่อต่าง ๆ และไต หากไปเกาะตามกระดูกและข้อต่อจะทำให้เกิดการอักเสบ บวม และเจ็บปวด หากไปเกาะที่ไต จะทำให้เกิดภาวะนิ่วในไต เป็นเหตุให้เป็นโรคไต และไตวายเฉียบพลันได้ อาหารที่มีสารพิวรีนสูง ล้วนมาจากเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเครื่องในสัตว์ ที่ก่อให้เกิดกรดยูริคสะสมในเลือดสูง ซึ่งหากเรากินต่อเนื่องเป็นเวลานาน ระบบการการเผาผลาญของร่างกายก็จะเสื่อมลง ทำให้ร่างกายไม่สามารถขับกรดยูริคออกมาได้หมด เราก็จะเป็นโรคเก๊าท์ในที่สุด เป็นที่สังเกตว่า หากเราปล่อยปละละเลยไม่ระวังเรื่องอาหารการกิน โดยที่เราไม่ยึดหลักการกินพืชผักผลไม้ธรรมชาติปลอดเนื้อสัตว์มาตั้งแต่แรกก่อนที่จะเกิดโรคแล้วนั้น ร่างกายของเราก็จะสูญเสียระบบภูมิคุ้มกันตัวเอง โดยหากถ้าเรารอจนกระทั่งเกิดโรคต่าง ๆ ขึ้น แล้วจึงค่อยหันกลับมากินพืชผักผลไม้เพื่อฟื้นฟูสุขภาพ เช่น ในกรณีที่เราเป็นโรคเก๊าท์แล้ว ก็จะพบคำว่า…

read more

วันที่ 27 การกิน: การกินอาหารแนวเบญจธรรมชาติสามารถป้องกันเราจากการเกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคไตด้วยเช่นกัน โรคไตมีสาเหตุมาจากการทำงานของไต ซึ่งใช้ในการกรองของเสียและเกลือแร่ออกจากเลือด เกิดการเสื่อมสภาพลง เราอาจเปรียบเทียบไตได้กับเครื่องกรองน้ำ ซึ่งหากน้ำที่เราเอาผ่านเครื่องกรองยิ่งสกปรกน้อยเท่าไร เราก็จะยิ่งรักษาสมรรถภาพการทำงานของเครื่องกรองน้ำให้ทำงานได้ดีและยาวนานที่สุด ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องคัดสรรสิ่งของที่เราเอาเข้าร่างกายทางปากให้สะอาดที่สุด เพื่อรักษาไตให้ทำงานได้นานที่สุด สิ่งที่เราเอาเข้าร่างกายที่เป็นต้นเหตุหลักทำให้ไตต้องทำงานหนัก คือ เนื้อสัตว์ และอาหารที่มีรสเค็ม รวมถึงยาต่าง ๆ ที่เรากินนาน ๆ แล้วเกิดการสะสม และพฤติกรรมการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคทุก ๆ โรคอยู่แล้ว ดังนั้น การที่เรากินอาหารที่สะอาด ซึ่งเป็นอาหารธรรมชาติปลอดเนื้อสัตว์ตามแนวเบญจธรรมชาติ เลือดก็จะเกิดการปนเปื้อนสารพิษน้อยที่สุด และการที่เราไม่ต้องพึ่งพายารักษาโรคเพราะเรามีสุขภาพร่างกายที่ดีแล้วนั้น ทำให้ไตที่ต้องทำหน้าที่ขับของเสียออกจากเลือดทำงานน้อยลง ดังนั้น เราจึงสามารถป้องกันตัวเองจากการเกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคไตได้โดยไม่ต้องสงสัย.

read more

วันที่ 26 การกิน: และการกินอาหารตามแนวเบญจธรรมชาติก็สามารถป้องกันและรักษาโรคไขมันเส้นเลือดหัวใจสูง หรือโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ได้เช่นกัน เช่นเดียวกับการสะสมของไขมันในเส้นเลือดสมอง โรคไขมันในเส้นเลือดหัวใจก็มีสาเหตุมาจากการกินอาหารที่มีไขมัน จนเกิดการสะสมไขมันในเส้นเลือดหัวใจมาก ทำให้เกิดการตกค้างและสะสมของไขมันที่ผนังหลอดเลือดหัวใจ ทำให้หลอดเลือดตีบเล็กลง เป็นเหตุให้การหมุนเวียนของเลือดในหัวใจขาดช่วง เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่ทัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด สามารถถึงแก่ชีวิตได้ การละเว้นเนื้อสัตว์และหันมากินอาหารธรรมชาติ เช่น ไม่กินแป้งขัดขาว ไม่กินน้ำหวาน หรือขนมหวาน ไม่กินอาหารที่มีไขมันสูง ไม่กินอาหารทอด และไม่มีอาหารปนเปื้อนสารเคมี ทำให้โอกาสที่เราเสี่ยงเป็นโรคไขมันในเส้นเลือดหัวใจสูง ก็จะน้อยลง หรือแทบจะไม่มีโอกาสเป็นโรคนี้เลย.

read more

วันที่ 25 การกิน: ทำไมการกินอาหารตามแนวเบญจธรรมชาติจึงช่วยทำให้เราห่างไกลจากโรคไขมันในเส้นเลือดสมองได้? โรคไขมันในเส้นเลือดสมองมีสาเหตุมาจากการที่มีไขมันสะสมในเส้นเลือดสมองมากเกินไป ทำให้เกิดการตกค้างและการสะสมของไขมันที่ผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดมีขนาดเล็กลง หรือที่เรียกว่า เส้นเลือดสมองตีบนั่นเอง เมื่อเส้นเลือดสมองตีบจะทำให้การหมุนเวียนของเลือดในสมองเกิดบกพร่องติดขัด เป็นเหตุให้เซลล์สมองที่อยู่ส่วนปลายเส้นเลือดที่ตีบนั้น ๆ ไม่ได้รับออกซิเจนและสารอาหารตามที่ต้องการ เกิดภาวะเซลล์สมองบางส่วนค่อย ๆ เสื่อมหรือตายลง และในส่วนของเส้นเลือดสมองที่เกิดการตีบตันนั้นเอง ร่างกายพยายามใช้แรงดันเพื่อให้เลือดเดินผ่านหลอดเลือดให้ได้ตลอดจนสุดปลายประสาท แต่เมื่อไม่สามารถผ่านไปโดยง่ายดาย แรงดันก็พยายามที่จะขับเคลื่อนเพื่อลำเลียงเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนต่อไปให้ได้มากที่สุด ความดันอาจทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตกได้ และเมื่อเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตก จะมีลิ่มเลือดที่แตกออกมาไปกีดขวางทางเดินของหลอดเลือดในสมองให้มากขึ้นไปอีก ทำให้เซลล์สมองตรงบริเวณที่มีการอุดตันขาดเลือด ส่งผลทำให้เซลล์สมองตาย ร่างกายสูญเสียการควบคุม กลายเป็นโรคอัมพฤต์ อัมพาต หรือถึงแก่ชีวิตในที่สุด อาหารที่มีความเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดสมองตีบ คือ เนื้อสัตว์ ไขมัน แป้ง ขนม ของหวาน เหล้า ปุหรี่ ฯลฯ ดังนั้น การกินอาหารตามแนวเบญจธรรมชาติ ที่ปลอดจากเนื้อสัตว์…

read more

วันที่ 24 การกิน: ทำไมอาหารธรรมชาติปลอดเนื้อสัตว์จึงสามารถรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งให้หายจากการเป็นโรคได้? โรคมะเร็งต่าง ๆ มีสาเหตุหลักมาจากสิ่งของที่เราเอาเข้าทางปาก ไม่ว่าจะเป็น อาหาร เครื่องดื่ม หรือสิ่งให้โทษ เช่น แอลกอฮอล์ หรือบุหรี่ โดยสิ่งของที่เราเอาเข้าทางปากนั้น เป็นแหล่งอาหารหรือปุ๋ยที่เอื้อต่อการให้กำเนิดเซลล์มะเร็ง ซึ่งประกอบด้วยอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ไขมัน และอาหารหวานคาวที่ผ่านการปรุงรส แปรรูป และบรรจุภัณฑ์ ที่ถูกเติมแต่งด้วย รส กลิ่น สี ด้วยสารปรุงแต่งที่มีสารเคมีที่มีพิษต่อร่างกาย ซึ่งอยู่ในรูปแบบของกรด แต่เมื่อเราลดทอนหรือตัดสิ่งมีพิษต่าง ๆ เหล่านี้ลงหรือออกไป ก็จะเป็นการตัดต้นทางของอาหารแก่เซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งที่เจริญเติบโตฝ่อเหี่ยวและค่อย ๆ ตายอย่างเป็นธรรมชาติในที่สุดนั่นเอง.

read more

วันที่ 23 การกิน: ขอเชิญชวนทุกท่านที่ไม่เคยปฏิบัติเรื่องอาหารให้ได้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์สูงสุดของตัวเอง อันจะนำไปสู่การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ ก่อนจะทำการใดให้สำเร็จได้ เราก็จะต้องมีความศรัทธาต่อสิ่ง ๆ นั้น และเพียงขอให้เรามีความศรัทธาและความเชื่อมั่นในเรื่องของการกินตามหลักเหตุและผลก่อน โดยที่เราไม่ตามใจปากตัวเองในเรื่องการกินเหมือนเคย และเมื่อเราปฏิบัติเราจะค้นพบกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างน่ามหัศจรรย์ใจที่สุด ดังนั้น ขอให้ท่านลองตั้งปณิธานหรือทดลองทำด้วยตนเองจนกว่าจะเห็นผล โดยอาจเริ่มจาก 3 วัน 7 วัน แล้วขยายมาเป็น 1 เดือน และ 3 เดือน จากนั้นจะมั่นใจได้เลยว่า ท่านจะไม่ยอมให้ตัวเองมีโอกาสหันกลับไปกินอาหารอย่างเดิม ๆ ได้อีกเลย.

read more

วันที่ 22 การกิน: การที่เรากินอาหารธรรมชาติปลอดเนื้อสัตว์ตามแนวเบญจธรรมชาติที่กล่าวมา จะทำให้เราปราศจากโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นจากการกิน ที่เป็นเหตุทำให้เกิดการสะสมของสารพิษที่ร่างกายกำจัดออกไม่ได้หรือออกไม่หมด และเรายังสามารถแม้แต่รักษาโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นอยู่ให้หายหรือให้ทุเลาลงได้อีกด้วย โรคภัยไข้เจ็บทื่เราสามารถป้องกันได้จากการปฏิบัติหรือการระมัดระวังในการกิน ได้แก่ โรคมะเร็งต่าง ๆ ชนิด โรคเสันเลือดในสมองแตกหรือตีบ โรคเส้นเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน โรคเก๊าท์ โรคไต โรคตับ โรคความดันโลหิต โรคไมเกรน โรคเมารถเมาเรือหรือเมาครื่องบิน โรคปวดประจำเดือน โรคหวัด ฯลฯ ดังนั้น เราจึงควรหันมาเปลี่ยนการกินอาหารเพื่อป้องกันหรือรักษาโรค หรือเพื่อฟื้นฟูสุขภาพโดยไม่ควรรอช้ากันอีกเลย.

read more